ออกแบบฮวงจุ้ยออฟฟิศ

ฮวงจุ้ยออฟฟิศ เคล็ดลับจัดฮวงจุ้ยสำนักงานดึงดูดโชคลาภ และความสำเร็จ

พนักงานออฟฟิศใช้เวลามากกว่า 1 ใน 3 ของชีวิตอยู่ในออฟฟิศ การจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานจึงส่งผลต่อทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และประสิทธิภาพในการทำงาน นอกจากการเลือกออฟฟิศที่ทำเลดีและได้มาตรฐานแล้ว การจัดฮวงจุ้ยออฟฟิศเป็นอีกหนึ่งการสร้างความสมดุลของพลังงาน การตกแต่งภายในตามหลักฮวงจุ้ยสำนักงานไม่ใช่เรื่องของความเชื่อเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการบริหารจัดการพลังงานธรรมชาติรอบตัวให้เอื้อต่อการขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อดึงดูดโชคลาภ บารมี และสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่องค์กร

ฮวงจุ้ยออฟฟิศคืออะไร และทำไมจึงสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร?

การนำศาสตร์ฮวงจุ้ยมาประยุกต์ใช้กับการออกแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ช่วยเปิดทางให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

ความหมายและที่มาของฮวงจุ้ย

ฮวงจุ้ย (Fengshui) แปลตรงตัวว่า ลมและน้ำ เป็นศาสตร์โบราณของจีน ที่มีความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพื่อจัดสรรพื้นที่อยู่อาศัย และที่ทำงานให้สอดคล้องกับพลังงานธรรมชาติรอบด้าน ซึ่งเชื่อว่าจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง ความสำเร็จ ความมั่นคง และความสุขในการดำเนินชีวิต

รู้จัก "พลังชี่ (Qi)" หัวใจสำคัญของฮวงจุ้ย

พลังชี่คือพลังงานชีวิตหรือกระแสหมุนเวียนของธรรมชาติที่เคลื่อนไหวอยู่รอบตัวเรา พลังชี่ภายในอาคารจึงช่วยหมุนเวียนพลังงานที่ดี หากพื้นที่ทำงานมีการจัดวางสิ่งของที่ปิดกั้นทางเดินหรือมีความมืดทึบ พลังชี่จะหยุดนิ่งและกลายเป็นพลังงานลบ จึงต้องออกแบบเน้นการไหลเวียนที่สะดวก ปลอดโปร่ง และสมดุล

หลักปัญจธาตุ (5 ธาตุ) พื้นฐานของฮวงจุ้ย ไม้ ไฟ ดิน ทอง น้ำ

ปัญจธาตุ หรือธาตุทั้ง 5 ของจีนประกอบด้วย ธาตุไม้ ธาตุไฟ ธาตุดิน ธาตุทอง และธาตุน้ำ ซึ่งธาตุทั้งห้านี้มีความสัมพันธ์และส่งผลกระทบต่อกัน ทั้งในรูปแบบการส่งเสริมและการทำลาย การจัดฮวงจุ้ยสำนักงานที่ดีจำเป็นต้องปรับสัดส่วนของธาตุเหล่านี้ผ่านการเลือกใช้วัสดุ รูปทรง และสีสันอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่สมดุลและเกื้อหนุนธุรกิจ

ฮวงจุ้ยกับศาสตร์สมัยใหม่ Biophilic Design และ Environmental Psychology

จริง ๆ แล้วศาสตร์ฮวงจุ้ยเป็นการนำพลังงานธรรมชาติมาปรับใช้ เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกซึ่งถือเป็นการรับพลังงานดี ๆ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการออกแบบร่วมสมัยอย่าง Biophilic Design ที่เน้นการดึงธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาคาร และจิตวิทยาสิ่งแวดล้อมที่ศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ต่อสภาพแวดล้อม การผสานศาสตร์เหล่านี้ช่วยให้การจัดสรรพื้นที่มีความโปร่งสบาย ลดความอึดอัด และในทางจิตวิทยาถือเป็นการเพิ่มพลังงานบวก ทำให้คนทำงานรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขมากขึ้น

5 ประโยชน์ของการนำฮวงจุ้ยมาใช้กับการออกแบบออฟฟิศ มีอะไรบ้าง?

การปรับเปลี่ยนโครงสร้างและสภาพแวดล้อมในที่ทำงานตามหลักฮวงจุ้ย มีประโยชน์ต่อองค์กรในหลายด้าน ดังนี้

1. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity)

การจัดวางพื้นที่ทำงานตามหลักพลังงานธรรมชาติช่วยให้อากาศไหลเวียนได้ปลอดโปร่ง มีระดับความสว่างที่พอเหมาะ ส่งผลให้พนักงานมีความกระปรี้กระเปร่า มีสมาธิ และลดความเหนื่อยล้าจากการทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

2. เพิ่ม Wellness และความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน

การจัดสภาพแวดล้อมที่ถูกสุขลักษณะ ช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยและอาการออฟฟิศซินโดรมได้ โดยการเปิดรับแสงแดดที่เหมาะสมและการระบายอากาศที่ดี ช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันและความรู้สึกสดชื่น ทำให้พนักงานมีสุขภาวะทางกายที่แข็งแรง พร้อมรับมือกับภารกิจและความท้าทายใหม่ ๆ ในแต่ละวัน

3. ลดความเครียด และความขัดแย้ง

โทนสีและตำแหน่งที่นั่งที่เหมาะสมช่วยสร้างบรรยากาศการทำงานที่ปลอดภัย ลดแรงกดดันทางอารมณ์ระหว่างวัน จึงช่วยส่งเสริมให้บรรยากาศการทำงานเต็มไปด้วยพลังงานที่ดี ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพ

4. ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์

การจัดมุมทำงานที่เปิดกว้าง มีความโล่ง ช่วยให้สมองปลอดโปร่งและทำงานได้อย่างเต็มที่ ยิ่งมีการนำธาตุไม้และธาตุไฟมาใช้ในสัดส่วนที่พอดี จะช่วยกระตุ้นไอเดียใหม่ ๆ เป็นการเติมไฟในการทำงานให้เกิดแนวคิดและนวัตกรรมใหม่ ๆ พนักงานสามารถคิดค้นทางออกที่สร้างสรรค์ให้กับธุรกิจได้อย่างอิสระและมีความกระตือรือร้นในการทำงาน

5. สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร

หลักฮวงจุ้ยคือศาสตร์ที่ให้ความสำคัญกับความสะอาด ซึ่งสถานประกอบการที่มีความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย และตกแต่งอย่างมีรสนิยม ช่วยสร้างความประทับใจแรกพบให้แก่ลูกค้า หุ้นส่วน และผู้มาติดต่อ และยังสะท้อนถึงความมั่นคง ความเป็นมืออาชีพ และความใส่ใจในรายละเอียดของผู้นำองค์กร ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และความเชื่อมั่นในการร่วมดำเนินธุรกิจ

องค์ประกอบในการออกแบบออฟฟิศตามหลักฮวงจุ้ย

6 องค์ประกอบหลักในการออกแบบออฟฟิศตามหลักฮวงจุ้ย

การเริ่มต้นวางผังโครงสร้างสถานประกอบการ เราจำเป็นต้องพิจารณาองค์ประกอบหลักทั้งหกด้าน เพื่อให้เกิดการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมสมัยใหม่และศาสตร์พลังงานอย่างลงตัว

1. การวางผัง ทิศทาง ประตูทางเข้า และตำแหน่งโต๊ะผู้บริหาร

ประตูทางเข้าหลักคือปากทางรับพลังชี่ จึงต้องมีความกว้างขวาง สว่างไสว และไม่มีสิ่งของมาบดบัง สำหรับตำแหน่งโต๊ะผู้บริหารควรจัดวางไว้ในพื้นที่ด้านในสุดของอาคาร ซึ่งเปรียบเสมือนตำแหน่งอำนาจและศูนย์บัญชาการ โดยต้องหันหน้ามองเห็นประตูทางเข้าได้อย่างชัดเจน แต่ไม่ตั้งอยู่ในแนวตรงกับประตูโดยตรงเพื่อป้องกันกระแสพลังงานปะทะแรงเกินไป ด้านหลังโต๊ะควรเป็นผนังทึบที่มีความมั่นคง

2. การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ และตำแหน่งโต๊ะพนักงานทั่วไป

การจัดโต๊ะทำงานตามหลักฮวงจุ้ย ควรเน้นความเป็นระเบียบและเอื้อต่อการเคลื่อนไหว ควรหลีกเลี่ยงการหันหน้าเข้าหากำแพงทึบเนื่องจากจะทำให้รู้สึกอึดอัด ไม่เกิดความคิดสร้างสรรค์ สำหรับตำแหน่งที่ดีคือการนั่งหันหน้าไปในทิศทางเดียวกันในลักษณะแถวตอนเฉียง เพื่อลดความขัดแย้งทางความคิด นอกจากนี้ควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีส่วนโค้งมน หรือขอบมนเพื่อช่วยให้พลังงานไหลเวียนได้นุ่มนวล

3. การใช้สีในการออกแบบ

สีสันนอกจากเรื่องความเชื่อแล้ว ในทางจิตวิทยาสียังส่งผลต่ออารมณ์ของผู้ปฏิบัติงานด้วย ดังนั้นห้องทำงานตามหลักฮวงจุ้ย ควรเลือกใช้โทนสีสว่างสบายตา เช่น สีขาว สีครีม หรือสีพาสเทล เป็นสีพื้นฐานเพื่อสร้างความปลอดโปร่ง และสามารถแซมด้วยสีสันที่สอดคล้องกับประเภทธุรกิจให้เหมาะสม

4. แสงสว่าง เน้นแสงธรรมชาติ + ระบบไฟอัจฉริยะ

แสงสว่างจัดเป็นตัวแทนของธาตุไฟที่เป็นพลังงานหยาง (Yang) ช่วยขับไล่ความเฉื่อยชาและสร้างความตื่นตัว การออกแบบห้องทำงานที่เปิดรับแสงธรรมชาติผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ และผสมผสานกับการติดตั้งระบบไฟอัจฉริยะที่สามารถปรับอุณหภูมิสี และความเข้มของแสงให้เหมาะสมตามช่วงเวลา จะช่วยรักษาความสมดุลของสายตา และพลังงานภายในอาคาร

5. การประยุกต์ใช้ปัญจธาตุ (5 ธาตุ) ในการออกแบบ ไม้ ไฟ ดิน ทอง น้ำ

การสร้างความสมดุลของปัญจธาตุทำได้โดยการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม ธาตุไม้แทนด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้จริงและพืชพรรณ ธาตุไฟแทนด้วยแสงไฟและงานศิลปะโทนสีร้อน ธาตุดินแทนด้วยหินตกแต่งและเครื่องปั้นดินเผา ธาตุทองแทนด้วยวัสดุโลหะ กระจก และพื้นผิวแวววาว ธาตุน้ำแทนด้วยตู้ปลา น้ำพุ หรือวัสดุโทนสีเข้ม เพื่อให้เกิดวงจรการส่งเสริมพลังงานที่เกื้อหนุนให้เกิดฮวงจุ้ยออฟฟิศที่สมบูรณ์

6. ต้นไม้-ธรรมชาติ + ความเป็นระเบียบ

การเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกต้นไม้มงคลภายในอาคาร จะเป็นการเพิ่มธาตุไม้แล้ว ตามหลักวิทยาศาสตร์ยังเป็นการช่วยฟอกอากาศ ที่เพิ่มอากาศที่บริสุทธิ์ให้กับห้องทำงาน สร้างบรรยากาศที่สดชื่น นอกจากต้นไม้แล้วการรักษาความสะอาดและการจัดเก็บเอกสารอย่างมีระบบ ระเบียบวินัยในที่ทำงานจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดพลังงานอุดตัน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความเจริญรุ่งเรืองของธุรกิจ และช่วยให้หาเอกสารได้ง่าย ทำงานได้อย่างราบรื่น

ฮวงจุ้ยสำหรับพื้นที่สำคัญในออฟฟิศ

ฮวงจุ้ยสำหรับพื้นที่สำคัญในออฟฟิศ มีหลักการอย่างไร?

ออฟฟิศสมัยใหม่แบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายส่วนตามฟังก์ชันการใช้งาน ซึ่งแต่ละจุดล้วนมีความต้องการทางพลังงานที่แตกต่างกันออกไป เพื่อส่งเสริมกิจกรรมในพื้นที่นั้น ๆ ให้บรรลุเป้าหมาย

Reception กับ Lobby ในฐานะ "ปากทางรับชี่"

พื้นที่ต้อนรับด้านหน้าเป็นด่านแรกที่ต้องเผชิญกับกระแสพลังงานจากภายนอก ถือเป็นปากทางรับชี่ ที่ต้องจัดให้เน้นความเปิดโล่ง กว้างขวาง และมีการให้แสงสว่างอย่างเพียงพอ ควรหลีกเลี่ยงการวางสิ่งของชิ้นใหญ่ขวางประตูทางเข้า และสามารถตั้งน้ำพุขนาดเล็กหรือภาพวาดธรรมชาติที่มีกระแสน้ำเคลื่อนไหวเพื่อช่วยกระตุ้นโชคลาภและความคึกคักในการเจรจาธุรกิจ

ห้องประชุม

ห้องประชุมเป็นศูนย์รวมของการแลกเปลี่ยนความคิดและการตัดสินใจครั้งสำคัญ โต๊ะประชุมที่เหมาะสมควรมีลักษณะเป็นทรงกลม รูปไข่ หรือสี่เหลี่ยมมุมมน เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วม ลดความรู้สึกขัดแย้งหรือแบ่งแยก ส่วนตำแหน่งของห้องประชุมไม่ควรอยู่ตรงข้ามกับประตูทางเข้าหลักของอาคารโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลหรือความลับทางธุรกิจรั่วไหลออกไปได้ง่าย

ห้องการเงิน-บัญชี (สำคัญมากในฮวงจุ้ย เพราะเกี่ยวกับโชคลาภ)

ห้องบัญชีและการเงินเปรียบเสมือนคลังสมบัติขององค์กร จึงต้องการความเงียบสงบ ความมั่นคง และความปลอดภัย ตำแหน่งที่ตั้งควรอยู่ในบริเวณที่มิดชิด ไม่ควรเปิดประตูแล้วมองเห็นโต๊ะทำงานของพนักงานบัญชีทันที ถือเป็นการเก็บข้อมูลทางการเงินที่เป็นข้อมูลสำคัญ ส่วนโต๊ะทำงานห้องการเงิน บัญชีควรหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเป็นทิศที่ส่งเสริมเรื่องความมั่งคั่งและโชคลาภทางการเงิน และต้องรักษาความสะอาดเพื่อรักษาความเฮงตามศาสตร์ฮวงจุ้ยออฟฟิศ

ตำแหน่งห้องน้ำ (ข้อห้ามใหญ่ในฮวงจุ้ย)

ตามหลักศาสตร์พลังงาน ห้องน้ำเป็นแหล่งสะสมของพลังงานลบและความชื้น จึงมีข้อห้ามใหญ่คือไม่ควรออกแบบให้ประตูห้องน้ำหันหน้าตรงกับประตูทางเข้าออฟฟิศ โต๊ะทำงาน หรือห้องผู้บริหารโดยตรง หากไม่สามารถย้ายตำแหน่งโครงสร้างได้ ควรใช้ฉากกั้นหรือประตูบานเลื่อนปิดให้มิดชิด พร้อมทั้งติดตั้งระบบระบายอากาศที่มีประสิทธิภาพและรักษาความแห้งสะอาดอยู่ตลอดเวลา

Pantry และ Common Space

พื้นที่พักผ่อนและรับประทานอาหารร่วมกันเป็นจุดศูนย์รวมพลังงานแห่งความสุขและความผ่อนคลาย การออกแบบควรเน้นความโปร่งสบาย มีที่นั่งที่สะดวกสบาย และใช้โทนสีที่อบอุ่น มีการจัดเตรียมมุมกาแฟหรือของว่างเพื่อช่วยดึงดูดพลังงานบวก ส่งเสริมให้เกิดการปฏิสัมพันธ์และการสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนร่วมงาน

เช็กลิสต์ 10 ข้อห้าม! ในการจัดฮวงจุ้ยออฟฟิศมีอะไรบ้าง?

  1. ห้ามตั้งโต๊ะทำงานตรงกับประตูทางเข้าโดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงกระแสพลังงานที่รุนแรงและลดความวุ่นวาย
  2. หลีกเลี่ยงการตั้งโต๊ะทำงานชิดหรือติดเสาอาคาร เพราะเสาที่รับน้ำหนักจะส่งผลให้เกิดความกดดันและอุปสรรคในการทำงาน
  3. ไม่นั่งทำงานใต้คานคอนกรีต เนื่องจากโครงสร้างคานที่กดทับจะทำให้ผู้ปฏิบัติงานรู้สึกเครียดและปวดศีรษะได้ง่าย
  4. ไม่หันหน้าโต๊ะทำงานเข้าหากำแพงทึบในระยะกระชั้นชิด เพราะจะทำให้ขาดความคิดสร้างสรรค์
  5. ไม่จัดที่นั่งทำงานโดยให้ด้านหลังเป็นทางเดินหลักหรือกระจกใสที่ไม่มีม่านบัง เนื่องจากจะทำให้ขาดสมาธิและรู้สึกไม่มั่นคง
  6. ห้ามปล่อยให้ออฟฟิศมืดทึบหรือมีไฟชำรุด เพราะความมืดเป็นพลังงานลบที่บั่นทอนความขยันขันแข็งของพนักงาน
  7. หลีกเลี่ยงการตั้งโต๊ะทำงานใกล้หรือหันหน้าเข้าหาประตูห้องน้ำโดยตรง เพื่อป้องกันพลังงานลบและกลิ่นรบกวน
  8. ไม่วางเฟอร์นิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้ หรือถังขยะขวางเส้นทางเดินหลักภายในออฟฟิศ เพื่อไม่ให้ปิดกั้นการไหลเวียนของพลังชี่
  9. ไม่ปล่อยให้ต้นไม้ภายในอาคารเหี่ยวเฉาหรือตาย ควรรีบเปลี่ยนใหม่ทันทีเพื่อรักษาพลังงานแห่งชีวิตและการเติบโต
  10. ห้ามสะสมเอกสารที่ไม่ใช้แล้วหรือปล่อยให้โต๊ะทำงานรก เพราะความไม่เป็นระเบียบจะขัดขวางโชคลาภและความราบรื่น
สำนักงานที่ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย

ตัวอย่างอาคารสำนักงานชั้นนำในกรุงเทพฯ ที่ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ยมีที่ไหนบ้าง?

กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่มีอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมมากมาย ซึ่งหลายแห่งได้ผสานศาสตร์สถาปัตยกรรมระดับโลกเข้ากับหลักพลังงานได้อย่างสมดุล

1. Central Park Offices

  • จุดเด่นด้านฮวงจุ้ย: Central Park Offices โครงการมิกซ์ยูสที่ตั้งอยู่ในทำเลทองอย่างถนนพระราม 4 และสีลม พื้นที่ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ที่สำคัญยังมีการเลือกใช้สีหลัก ๆ คือสีทอง สีเงิน และสีนาก ซึ่งเป็นสี 3 กษัตริย์ เพื่อเสริมความมงคล มั่งคั่ง ส่วนตัวหน้าต่างเน้นการใช้กระจกบานใหญ่ เพื่อรับพลังงานแสงแดด นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สีเขียว ที่ออกแบบให้มีสวนลอยฟ้าขนาด 7 ไร่ จากดาดฟ้าชั้น 3 ต่อเนื่องถึงชั้น 7 ที่มีน้ำตกขนาดใหญ่อยู่ด้วย ทำให้พื้นที่เต็มไปด้วยพลังงานดี มีความชุ่มช่ำ ไม่แห้งแล้ง ส่งเสริมความเจริญรุ่งเรือง
  • ทำเล และการเดินทาง: ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านพระราม 4 - สีลม เชื่อมต่อตรงกับรถไฟฟ้า BTS สถานีศาลาแดง และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีสีลม เดินทางสะดวกสบายจากทุกมุมเมือง

2. Park Silom

  • จุดเด่นด้านฮวงจุ้ย: Park Silom เป็นตึกอาคารสำนักงานที่ตั้งอยู่บนทำเลสีลม ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจที่มีการไหลเวียนของพลังงานอยู่แทบตลอดเวลา เป็นที่ตั้งที่สื่อถึงความมั่งคั่ง และพลังอำนาจ สื่อถึงความสำเร็จ ดึงดูดแต่สิ่งดี ๆ เข้ามา
  • ทำเล และการเดินทาง: ตั้งอยู่บนถนนสีลม ทำเลทองทางเศรษฐกิจ มีทางเดินเชื่อมต่อโดยตรง (Skywalk) เข้าสู่รถไฟฟ้า BTS สถานีศาลาแดง และอยู่ใกล้รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีสีลม

3. Empire Tower

  • จุดเด่นด้านฮวงจุ้ย: อาคารนี้ตั้งอยู่ในจุดตัดของทำเลทองทางธุรกิจ มีการออกแบบอาคารตามหลักฮวงจุ้ยทั้งการจัดวางพื้นที่ และการใช้วัสดุที่ส่งเสริมพลังงานดี ช่วยกระตุ้นพลังงานหมุนเวียนและสร้างสมดุลของปัญจธาตุ ช่วยดึงดูดกระแสเงินทองและผู้มาติดต่อ
  • ทำเล และการเดินทาง: ตั้งอยู่บนจุดตัดถนนสาทรและนราธิวาสราชนครินทร์ มีทางเดินเชื่อมต่อโดยตรงกับสถานีรถไฟฟ้า BTS ช่องนนทรี และ BRT สาทร

4. AIA Connect

  • จุดเด่นด้านฮวงจุ้ย: อาคาร AIA Connect ตั้งอยู่บนทำเลฮวงจุ้ยที่เรียกว่าจุดโค้งโอบ ซึ่งเป็นส่วนโค้งของถนนวัฒนธรรม ถนนพระราม 9 และถนนรัชดาภิเษก ซึ่งโอบล้อมไว้ซึ่งเป็นเหมือนจุดกักเก็บโชค ที่สำคัญยังเป็นทำเลที่มีพลังงานหมุนเวียนอย่างสม่ำเสมอ นอกจากที่ตั้งแล้ว ตัวอาการก็มีการออกแบบให้มีการรับพลังงานดีตั้งแต่ทางเข้า ไปจนถึงพื้นที่ทำงานในแต่ละชั้น ที่เน้นความโปร่งโล่ง ใช้กระจกบานใหญ่ เพื่อรับพลังงานดีได้แบบเต็ม ๆ
  • ทำเล และการเดินทาง: ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ติดถนนใหญ่สายหลัก ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วน และอยู่ใกล้รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ช่วยให้การติดต่อธุรกิจมีความคล่องตัวสูง

5. One Bangkok

  • จุดเด่นด้านฮวงจุ้ย: One Bangkok โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ ที่มีการออกแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงาม มีการจัดสรรพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่และลานน้ำพุซึ่งเป็นจุดกักเก็บพลังงานชี่ขนาดใหญ่ โครงสร้างอาคารช่วยเปิดทางให้กระแสลมและความเจริญรุ่งเรืองไหลเวียนเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างไร้ขีดจำกัด
  • ทำเล และการเดินทาง: ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนนวิทยุตัดกับถนนพระราม 4 เชื่อมต่อโดยตรงกับสถานีรถไฟฟ้า MRT สถานีลุมพินี

6. The PARQ

  • จุดเด่นด้านฮวงจุ้ย: ออกแบบภายใต้แนวคิดความกลมกลืนระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ มีการผสานธาตุไม้ด้วยการจัดสวนลอยฟ้าและระบบหมุนเวียนอากาศบริสุทธิ์ ตัวอาคารเน้นความโปร่งสบาย แสงสว่างทั่วถึง ช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีและพลังงานบวกให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจมีความราบรื่นมั่นคง
  • ทำเล และการเดินทาง: ตั้งอยู่บนถนนพระราม 4 เชื่อมต่อโดยตรงกับสถานีรถไฟฟ้า MRT สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

Quick Tips ปรับฮวงจุ้ยออฟฟิศง่าย ๆ ด้วยตัวเอง (DIY) สำหรับ SME ที่งบจำกัด

  • เคลียร์เศษขยะและจัดระเบียบโต๊ะทำงานทุกวันหลังเลิกงาน เพื่อเปิดทางให้พลังงานดีไหลเวียนในเช้าวันถัดไป
  • ตั้งต้นไม้มงคลขนาดเล็ก ไว้ที่มุมขวาของโต๊ะทำงานเพื่อช่วยดูดซับรังสีจากคอมพิวเตอร์และเพิ่มพลังความคิดสร้างสรรค์
  • ติดตั้งโคมไฟตั้งโต๊ะที่มีแสงสีอุ่น เพื่อเพิ่มพลังงานธาตุไฟ ช่วยกระตุ้นความกระตือรือร้น
  • ติดตั้งน้ำล้นขนาดเล็กตั้งไว้บริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้ของห้องทำงานเพื่อช่วยดึงดูดโชคลาภทางการเงิน
  • ติดภาพถ่ายหรือภาพวาดวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ เช่น ภูเขาที่มั่นคงไว้ด้านหลังที่นั่ง เพื่อเสริมความรู้สึกปลอดภัยและมีผู้อุปถัมภ์
  • หมั่นเปิดม่านรับแสงแดดธรรมชาติในช่วงเช้า เพื่อขับไล่ความอับชื้นและหมุนเวียนพลังงานที่ดีให้เข้ามาภายในห้องทำงาน

เปิดตำรา แผนผังการจัดห้องทำงานตามหลักฮวงจุ้ย งานปัง รับทรัพย์รัว ๆ

การจัดฮวงจุ้ยออฟฟิศไม่ใช่แค่ความเชื่อ แต่เป็นศาสตร์ที่ผสานเข้ากับ Modern Office Design ได้อย่างลงตัว ช่วยเพิ่ม Productivity สร้างความสุขให้พนักงาน สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กร และดึงดูดโชคลาภสู่ธุรกิจ การเริ่มต้นปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมจากการจัดวางสิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปจนถึงการวางผังโครงสร้างขนาดใหญ่ตามหลักฮวงจุ้ยสำนักงาน จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยผลักดันให้องค์กรก้าวไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน

สำหรับองค์กรหรือผู้ประกอบการที่กำลังมองหาและต้องการเช่าอาคารสำนักงานชั้นนำที่มีโครงสร้างสถาปัตยกรรมยอดเยี่ยม ถูกต้องตามศาสตร์พลังงานธรรมชาติ และตอบโจทย์การทำงานยุคใหม่ สามารถรับคำปรึกษาและเลือกสรรพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดได้กับ JLL ประเทศไทย ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ระดับโลก ที่พร้อมช่วยคุณหาพื้นที่ทำงานที่เหมาะกับองค์กรของคุณจากหลากหลายตัวเลือกและขนาด ติดต่อเราเพื่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร.02 624 6471

Reference: