วิธีสร้างภาพลักษณ์องค์กร

8 วิธีสร้างภาพลักษณ์องค์กร ให้ดูน่าเชื่อถือระดับมือโปร

สถิติในโลกธุรกิจยุคปัจจุบันชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภคกว่า 81% จะตัดสินใจซื้อสินค้า หรือบริการจากแบรนด์ที่พวกเขาเชื่อใจเท่านั้น ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าคุณภาพของสินค้าเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ การสร้างภาพลักษณ์องค์กรให้ดูเป็นมืออาชีพ โปร่งใส และน่าเชื่อถือ ช่วยเพิ่มความสำเร็จ บทความนี้จะพาเราไปเจาะลึกความสำคัญของภาพลักษณ์องค์กร พร้อมเรียนรู้วิธีการยกระดับความน่าเชื่อถือของธุรกิจ


แหล่งอ้างอิง : Edelman

ภาพลักษณ์องค์กรคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

ภาพลักษณ์องค์กรคือความรู้สึก มุมมอง และความคาดหวังที่บุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า คู่ค้า หรือแม้แต่พนักงาน มีต่อธุรกิจของเรา ความรู้สึกเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ การสื่อสาร และพฤติกรรมขององค์กรอย่างต่อเนื่อง ภาพลักษณ์ที่ดีจะช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ลดต้นทุนในการดึงดูดลูกค้าใหม่ และเป็นเกราะป้องกันชั้นดีเมื่อองค์กรต้องเผชิญกับภาวะวิกฤต

Corporate Image vs Corporate Identity vs Brand Image ต่างกันอย่างไร

สำหรับความแตกต่างของ Corporate Image, Corporate Identity และ Brand Image มีดังนี้

  • Corporate Identity (CI) สิ่งที่องค์กรต้องการให้คนอื่นเห็น เช่น โลโก้ สีประจำบริษัท ยูนิฟอร์มพนักงาน การออกแบบตัวอาคาร เป็นสิ่งที่จับต้องได้ และควบคุมได้โดยตรง
  • Brand Image ความรู้สึกที่ผู้บริโภคมีต่อสินค้าหรือบริการ มักเกิดขึ้นจากประสบการณ์การใช้งาน หรือการทำการตลาด
  • Corporate Image ภาพจำที่ผู้คนมีต่อภาพรวมขององค์กรทั้งหมด ครอบคลุมไปถึงวิสัยทัศน์ การปฏิบัติต่อพนักงาน และความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นภาพสะท้อนจากสิ่งที่องค์กรทำ
วิธีสร้างภาพลักษณ์องค์กรให้ดูโปร

8 วิธีสร้างภาพลักษณ์องค์กรให้ดูโปร และน่าเชื่อถือ

แนะนำ 8 วิธีเหล่านี้จะช่วยสร้างภาพลักษณ์องค์กรให้ดูโปร และน่าเชื่อถือได้

1. กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมหลักให้ชัดเจน

การสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่แข็งแกร่ง ต้องเริ่มต้นจากการกำหนดวิสัยทัศน์ (Vision) พันธกิจ (Mission) และค่านิยมหลัก (Core Values) ให้ชัดเจน เพราะสิ่งเหล่านี้คือเข็มทิศนำทางที่คอยกำหนดพฤติกรรม และการตัดสินใจของทุกคนในทีม

2. สร้าง Corporate Identity และแบรนด์ที่จดจำได้

การมี Corporate Identity หรือ CI ที่ชัดเจนช่วยให้คนจดจำเราได้ทันที ตั้งแต่การออกแบบโลโก้ การเลือกใช้โทนสี ไปจนถึงรูปแบบตัวอักษร องค์ประกอบเหล่านี้ต้องถูกนำไปใช้อย่างสม่ำเสมอในทุกช่องทาง ทำให้ธุรกิจของเราดูมีมาตรฐาน และสามารถแข่งขันในระดับสากลได้อย่างมั่นใจ

3. เลือกออฟฟิศ และทำเลที่สะท้อนภาพลักษณ์องค์กร

สถานที่ทำงานคือหน้าตาของธุรกิจ การเลือกทำเลออฟฟิศที่ตั้งอยู่ในย่าน CBD และมีภาพลักษณ์อาคารที่ทันสมัย จะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือในสายตาคู่ค้าและลูกค้าได้ หากเราเลือกพื้นที่ออฟฟิศให้เช่าที่สะท้อนตัวตนขององค์กร ก็จะช่วยให้เราตัดสินใจเลือกพื้นที่สำนักงานที่ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน และภาพลักษณ์

4. สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง และจับต้องได้

วัฒนธรรมองค์กรคือสิ่งที่สะท้อนออกมาผ่านการกระทำของพนักงาน ไม่ใช่แค่สโลแกนที่ติดไว้บนผนัง การสร้างบรรยากาศการทำงานที่สนับสนุนการเรียนรู้ เปิดกว้างรับฟังความคิดเห็น และเคารพความหลากหลาย จะช่วยให้ทีมงานมีความสุข

5. นำเสนอ "จุดขาย" และสวัสดิการให้ครบ สร้าง Employer Branding ที่ชัด

การมี Employer Branding ที่ดีจะดึงดูดคนเก่งให้อยากมาร่วมงาน เราต้องนำเสนอจุดขายและสวัสดิการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ เมื่อองค์กรดูแลพนักงานเป็นอย่างดี สิ่งนี้จะกลายเป็นกระแสบอกต่อที่สร้างภาพลักษณ์เชิงบวก

6. เผยแพร่วัฒนธรรม และเรื่องราวขององค์กรผ่านโซเชียลมีเดีย

การใช้โซเชียลมีเดียเล่าเรื่องราวขององค์กร เราสามารถแชร์เบื้องหลังการทำงาน กิจกรรมของทีมงาน หรือความสำเร็จของพนักงาน เพื่อให้คนภายนอกได้เห็นตัวตน และชีวิตชีวาของแบรนด์ จะช่วยทลายกำแพงระหว่างองค์กรกับผู้บริโภค สร้างความรู้สึกผูกพัน และทำให้ธุรกิจของเราดูเป็นมิตร เข้าถึงได้

7. สื่อสารภายใน และภายนอกอย่างสอดคล้องกัน พร้อมรับผิดชอบเมื่อเกิดข้อผิดพลาด

การสื่อสารทั้งภายใน และภายนอกต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ข้อมูลที่สื่อสารต้องมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพราะการสื่อสารที่ตรงกันจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ และเมื่อเกิดข้อผิดพลาด การยอมรับและแก้ไขอย่างรวดเร็วด้วยความจริงใจ จะช่วยเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส พร้อมรักษาความไว้วางใจจากลูกค้าและพนักงานได้

8. ทำ CSR และคืนกลับสู่สังคมอย่างจริงจัง

การทำกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ที่สอดคล้องกับธุรกิจหลัก จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีได้อย่างยั่งยืน องค์กรที่แสดงความรับผิดชอบต่อโลก และสังคมมักจะได้รับแรงสนับสนุนจากผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ทำให้ภาพลักษณ์ดูมีคุณค่า และสง่างาม

ตัวอย่างแบรนด์ที่ "พลิกภาพลักษณ์" ได้สำเร็จ มีอะไรบ้าง?

มีหลาย ๆ แบรนด์ที่มีการสื่อสาร และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีทำให้ พลิกภาพลักษณ์ได้สำเร็จ ดังนี้

  • Starbucks

พลิกวิกฤตด้วยการยกระดับคุณภาพ และบริการ พร้อมปรับโลโก้ตัดคำว่า Coffee ออก เพื่อสื่อว่าแบรนด์มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และไม่ได้มีแค่กาแฟเพียงอย่างเดียว

  • Converse

จากบริษัทที่เคยล้มละลายเพราะคู่แข่งที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยกว่าได้รับการรีแบรนด์ใหม่จนกลับมาผงาด และครองใจกลุ่มผู้บริโภคสายแฟชั่นแนววินเทจได้อีกครั้ง

  • Pepsi

เกิดการรีแบรนด์ภาพลักษณ์ใหม่ให้ดูทันสมัยเพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ จนกลายเป็นตัวแทนเครื่องดื่มยุคใหม่ที่ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดโมเดิร์นเทรดได้อย่างเต็มตัว

แหล้งอ้างอิง : https://giftwiseasia.com/blog/corporate-image/

  • Apple

ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์องค์กรจากแบรนด์คอมพิวเตอร์ธรรมดากลายมาเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม ที่มีเครื่องใช้ทั้ง Laptop Smartphone Smartwatch และเครื่องใช้ไลฟ์สไตล์อื่น ๆ จนเกิดเป็น Brand Royalty

  • Old Spice

Old Spice แบรนด์โคโลญจ์ที่ดูล้าสมัย มีการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ ด้วยแคมเปญโฆษณา The Man Your Man Could Smell Like ที่โดนใจทั้งวัยรุ่นชาย และสาว ๆ ที่ซื้อให้แฟนหนุ่ม จนกวาดยอดขาย และรางวัลไปจนแบรนด์กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

งบประมาณภาพลักษณ์องค์กร

งบประมาณในการสร้าง หรือปรับภาพลักษณ์องค์กร

สำหรับงบประมาณในการสร้างภาพลักษณ์องค์กรให้มีความน่าเชื่อถือ และดูดีขึ้นอยู่กับขนาดขององค์กรนั้น ๆ โดยแบ่งเป็น 3 ระดับดังนี้

  • ระดับ SME (งบประมาณจำกัด เริ่มต้นหลักหมื่น - หลักแสนต้น)
    ควรลงในการสร้าง Brand Identity พื้นฐาน (โลโก้ และโทนสี) ให้เป็นมาตรฐาน การออกแบบเว็บไซต์ให้ดูน่าเชื่อถือ และการสร้างคอนเทนต์เล่าเรื่องราวผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อสร้างตัวตนให้ชัดเจน
  • ระดับ Mid-Size (งบประมาณระดับกลาง หลักแสน - หลักล้านต้น)
    เริ่มจากการปรับปรุงพื้นที่สำนักงานเพื่อสร้าง Employer Branding การจัดทำแคมเปญการตลาดที่สอดคล้องกับค่านิยมหลัก และการลงทุนในระบบ Customer Service ที่เป็นมืออาชีพเพื่อยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า
  • ระดับ Enterprise (งบประมาณขนาดใหญ่ หลักล้านขึ้นไป)
    ควรจ้างที่ปรึกษาเพื่อรีแบรนด์แบบครบวงจร การย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังอาคารเกรดเอในย่านศูนย์กลางธุรกิจเพื่อสะท้อนวิสัยทัศน์ระดับโลก และการทำแคมเปญ CSR ระดับประเทศหรือระดับภูมิภาคเพื่อสร้างความยั่งยืน
ภาพลักษณ์องค์กรกับการเลือกออฟฟิศ

ภาพลักษณ์องค์กรกับการเลือกออฟฟิศ ความสัมพันธ์ที่หลายคนมองข้าม

หลายคนอาจคิดว่าภาพจำขององค์กรเกิดจากการทำโฆษณาเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงพื้นที่ทำงานคือเครื่องมือสื่อสารตัวตนของเราได้ทรงพลังที่สุด

การเลือกตั้งสำนักงานในย่าน CBD ช่วยสะท้อนถึงความมั่นคง ความสำเร็จ และความพร้อมในการรองรับธุรกิจระดับสากล ในขณะที่การตั้งออฟฟิศในย่านนวัตกรรม หรือ Creative District ก็สะท้อนถึงภาพลักษณ์ที่ทันสมัย และคิดนอกกรอบ

นอกจากนี้พื้นที่ส่วนรับรองเปรียบเสมือน First Impression เมื่อคู่ค้าหรือผู้สมัครงานก้าวเข้ามาในอาคาร การออกแบบที่โปร่งโล่ง หรูหรา หรือทันสมัย จะช่วยสร้างความประทับใจแรกที่แข็งแกร่ง ทำให้พวกเขารับรู้ถึงความเป็นมืออาชีพและมาตรฐานขององค์กรได้ทันที

การสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ดูโปรและน่าเชื่อถือไม่ใช่เรื่องของการทุ่มงบโฆษณาก้อนใหญ่เสมอไป แต่คือการให้ความสำคัญกับรากฐานในทุกมิติ ตั้งแต่การกำหนดค่านิยมที่ชัดเจน การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง การสื่อสารอย่างโปร่งใส ไปจนถึงการเลือกสภาพแวดล้อมการทำงานที่สอดคล้องกับตัวตนของธุรกิจ องค์ประกอบเหล่านี้จะประกอบร่างกันเป็นความน่าเชื่อถือที่ยั่งยืน

หากพร้อมที่จะยกระดับธุรกิจ การเลือกทำเลออฟฟิศที่เหมาะสมถือเป็นตัวเลือกที่ดี JLL ประเทศไทย พร้อมสร้างภาพลักษณ์องค์กรคุณให้น่าเชื่อถือไปพร้อม ๆ กัน ด้วยการเป็นที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ เราพร้อมช่วยยกระดับภาพลักษณ์ผ่านการคัดเลือกออฟฟิศ และพื้นที่ทำงานที่ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน และการสะท้อนความสำเร็จของธุรกิจได้อย่างสมบูรณ์แบบ เราพร้อมหาพื้นที่ทำงานที่เหมาะสมของคุณจากหลากหลายตัวเลือก และขนาด ติดต่อเราเพื่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ JLL ประเทศไทย หรือโทร. 02 624 6471

 

Reference: