ไอเดียออกแบบออฟฟิศขนาดเล็ก

ธุรกิจสตาร์ทอัพและองค์กรขนาดกลาง มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งในช่วงเริ่มต้นถือเป็นช่วงที่มีรายจ่ายเข้ามามาก การเลือกออฟฟิศขนาดเล็ก ที่มีพื้นที่สำนักงานที่เหมาะสมกับขนาดทีม ถือเป็นแนวทางที่ช่วยประหยัดรายจ่ายได้ด้วย แต่การออกแบบออฟฟิศขนาดเล็ก ต้องบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และที่สำคัญคือต้องไม่ลดทอนคุณภาพชีวิตของพนักงาน การออกแบบที่ดีจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่เป็นเรื่องของฟังก์ชันที่ส่งเสริมการทำงาน และการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว แต่จะออกแบบ Office ขนาดเล็กให้ดูน่าใช้งานได้อย่างไร เรามี 9 เทคนิคมาแนะนำ

รวม 9 เทคนิคดี ๆ เปลี่ยนออฟฟิศขนาดเล็กให้ดูกว้าง น่าใช้งาน

การออกแบบออฟฟิศขนาดเล็ก ที่มีพื้นที่อย่างจำกัด ให้ดูโปร่งโล่งและน่าใช้งาน ช่วยเพิ่มมิติการมองเห็น ทำให้พื้นที่ดูกว้าง อีกทั้งยังช่วยให้พนักงานรู้สึกผ่อนคลาย ไม่รู้สึกอึดอัด ซึ่ง 9 เทคนิคที่นำมาแนะนำจะช่วยให้การออกแบบพื้นที่จำกัดเป็นเรื่องง่ายขึ้น

1. จัดพื้นที่แบบเปิดโล่ง

หากออฟฟิศมีพื้นที่จำกัด การใช้ผนังทึบจะยิ่งทำให้ห้องดูเล็ก รู้สึกอึดอัด การเปลี่ยนผนังทึบเป็นพื้นที่แบบเปิดโล่ง หรือเลือกใช้ฉากกั้นแบบโปร่งใสในบางส่วน ทำให้ออฟฟิศดูกว้างขึ้น ช่วยขยายพื้นที่ในการมองเห็นให้เชื่อมต่อถึงกัน ทำให้มองได้ไกลขึ้น ซึ่งเป็นการหลอกตาให้รู้สึกว่าห้องมีขนาดใหญ่กว่าเดิม นอกจากนี้การจัดพื้นที่ออฟฟิศแบบเปิดโล่ง ยังส่งเสริมการทำงานร่วมกัน มีการสื่อสารระหว่างทีม ทำให้เกิดการปฏิสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ง่ายขึ้น 

2. เลือกเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เรียบ ขนาดพอเหมาะ

เมื่อพื้นที่จำกัด การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เรียบง่าย และมีขนาดที่พอดีกับสัดส่วนของห้อง ช่วยให้พื้นที่ดูโล่งและสบายตามากขึ้น โดยควรเลือกโต๊ะทำงานหรือชั้นวางของที่ไม่กินพื้นที่ จัดเก็บได้ง่าย โดยการเลือกใช้วัสดุที่ดูเบา เพราะมีส่วนช่วยลดความรู้สึกหนักและอึดอัดได้ดี อีกทั้งยังทำให้เราสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานของพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วตามความต้องการในแต่ละวัน

3. ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า จัดของให้เป็นระเบียบ

การออกแบบพื้นที่ในออฟฟิศขนาดเล็ก ให้เกิดประโยชน์สูงสุดคือการเน้นการจัดเก็บในแนวตั้งเป็นหลัก เพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่ผนัง รวมถึงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบมัลติฟังก์ชัน จะช่วยลดจำนวนเฟอร์นิเจอร์และเพิ่มพื้นที่ใช้สอย นอกจากนี้ความเป็นระเบียบเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ต้องทำควบคู่กันไป เพราะออฟฟิศที่รก ไม่เป็นระเบียบจะยิ่งทำให้ห้องดูแคบและอึดอัดทันที

4. เลือกใช้สีโทนอ่อน

การเปลี่ยนสีห้องเป็นอีกหนึ่งเทคนิคง่าย ๆ ที่ช่วยให้ออฟฟิศเล็ก ๆ ดูกว้างขึ้นได้ทันตา เพราะสีมีอิทธิพลต่อการรับรู้ขนาดของพื้นที่ แนะนำว่าควรทาสีผนังด้วยโทนสีอ่อน เช่น สีขาว สีครีม สีเบจ จะช่วยให้ห้องดูสะอาดตา อีกทั้งยังสะท้อนแสงได้ดีกว่าสีเข้ม ทำให้ห้องดูสว่างและกว้างขวางขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้สีโทนอ่อนยังช่วยสร้างบรรยากาศที่สงบและสบายตา ทำให้พนักงานรู้สึกผ่อนคลายและลดความเครียดในการทำงานได้ดี

วิธีออกแบบ Office ขนาดเล็ก

5. เน้นการรับแสงธรรมชาติ

ห้องที่สามารถเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเหมาะสม จะช่วยเพิ่มความรู้สึกมีชีวิตชีวา ทำให้ห้องดูปลอดโปร่งกว่าห้องที่ดูมืดทึบ ดังนั้นการติดหน้าต่างขนาดใหญ่ หรือช่องรับแสง จะช่วยให้ห้องได้รับแสงธรรมชาติมากขึ้น ที่สำคัญแสงธรรมชาติยังส่งผลดีต่อสุขภาพของพนักงาน ช่วยลดอาการปวดตา เพิ่มความสดชื่น กระตุ้นสมองให้ตื่นตัว และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันได้อีกด้วย ในกรณีที่ออฟฟิศมีข้อจำกัดเรื่องหน้าต่าง เราควรติดตั้งม่านปรับแสงหรือมู่ลี่แบบบาง เพื่อควบคุมปริมาณแสงไม่ให้จ้าจนเกินไป และควรเสริมด้วยระบบไฟ เพื่อจำลองบรรยากาศของแสงธรรมชาติให้มากที่สุด

6. ใช้กระจกในการเพิ่มมิติ

การใช้กระจกเป็นอีกหนึ่งเทคนิคคลาสสิกง่าย ๆ แต่มีประสิทธิภาพสูงที่ช่วยให้ออฟฟิศขนาดเล็กดูกว้างขึ้น การติดตั้งกระจกเงาบนผนังด้านใดด้านหนึ่ง จะช่วยสะท้อนภาพของห้องกลับไป ทำให้เกิดภาพลวงตาว่าห้องมีขนาดใหญ่เป็นสองเท่า ที่สำคัญการใช้กระจกในการออกแบบออฟฟิศยังช่วยเพิ่มความรู้สึกหรูหราและทันสมัย อย่างไรก็ตาม ควรเลือกใช้กระจกนิรภัยที่มีความปลอดภัยสูง และมีการออกแบบที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวในการทำงานด้วย

7. ใช้เทคโนโลยีช่วยจัดการพื้นที่ (Smart Office)

การนำเทคโนโลยี Smart Office มาช่วยในการออกแบบ Office ขนาดเล็ก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นระบบจองโต๊ะ ที่ช่วยให้ไม่ต้องจัดโต๊ะประจำสำหรับพนักงานทุกคน แต่สามารถแชร์พื้นที่ทำงานร่วมกันได้ เหมาะสำหรับองค์กรที่ใช้ระบบ Hybrid Working ทำให้จำนวนโต๊ะลดลง ช่วยให้มีพื้นที่เหลือใช้งานมากขึ้น 

นอกจากนี้ ระบบเซนเซอร์ตรวจจับการใช้งานยังช่วยให้เราวิเคราะห์และปรับผังห้องให้ตรงกับการใช้งาน หรือจะเป็นระบบควบคุมแสงสว่างและอุณหภูมิ ก็ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมให้ออฟฟิศมีความสะดวกสบาย เหมาะกับจำนวนคนในห้อง ที่ช่วยลดค่าไฟ การทำเทคโนโลยี Smart Office มาใช้ในพื้นที่ออฟฟิศใช้งานได้หลากหลายและยังช่วยรองรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างคล่องตัว

8. คำนึงถึงความปลอดภัยและสุขอนามัย

การออกแบบออฟฟิศ นอกจากการจัดสรรพื้นที่ให้ดูโปร่งโล่งแล้ว ความปลอดภัยและสุขอนามัยก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องนำมาใช้ออกแบบร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นป้ายบอกทางหนีไฟที่ชัดเจน อุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยที่พร้อมใช้งาน และมีการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่กีดขวางทางเดิน เพื่อความปลอดภัย ที่สำคัญต้องมีการติดตั้งระบบระบายอากาศที่มีประสิทธิภาพ เพื่ออากาศที่บริสุทธิ์ ลดการสะสมของเชื้อโรคและกลิ่นไม่พึงประสงค์ เพื่อการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยกับพนักงานทุกคน

9. ออกแบบโดยคำนึงถึงการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

การออกแบบออฟฟิศขนาดเล็ก นอกจากการบริหารจัดการพื้นที่ให้สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมแล้ว ต้องมีการออกแบบเผื่ออนาคตด้วย หากในอนาคตธุรกิจเติบโต จะได้มีการขยายพื้นที่ได้ง่ายขึ้น ดังนั้นควรการวางแผนผังห้องที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ง่าย เพื่อรองรับการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม เมื่อมีพนักงานใหม่เข้ามา การลงทุนในการออกแบบที่สามารถรองรับการขยายตัวได้ตั้งแต่ต้น จะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้

ไอเดียตกแต่งออฟฟิศขนาดเล็กสไตล์โมเดิร์น

การตกแต่งสไตล์โมเดิร์นที่เน้นความเรียบง่าย เน้นฟังก์ชันการใช้งานเป็นหลัก เป็นรูปแบบที่เหมาะกับ Office ขนาดเล็ก ที่ช่วยทำให้พื้นที่ดูกว้างและทันสมัย ซึ่งไอเดียในการตกแต่งออฟฟิศที่คัดมานี้ ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของออฟฟิศให้ดูดีและน่าทำงานมากยิ่งขึ้น

  • ใช้โต๊ะทำงานแบบ Co-working

การเลือกใช้โต๊ะทำงานแบบ Co-working Table ที่สามารถนั่งได้หลาย ๆ คน เป็นการใช้พื้นที่ในออฟฟิศขนาดเล็ก ให้มีประโยชน์สูงสุด เพราะโต๊ะแบบนี้ช่วยประหยัดพื้นที่มากกว่าการใช้โต๊ะเดี่ยวหลาย ๆ ตัวมารวมกัน นอกจากจะช่วยให้การจัดผังห้องดูเป็นระเบียบแล้ว ยังกระตุ้นการสื่อสารภายในทีม ช่วยให้ทำงานร่วมกันได้อย่างดี หากเลือกใช้โต๊ะที่มีดีไซน์เรียบง่าย สีขาว หรือสีไม้โทนอ่อน ก็จะยิ่งช่วยให้พื้นที่โดยรวมดูโปร่งสบาย ไม่รู้สึกอึดอัด


    ไอเดียออกแบบออฟฟิศขนาดเล็ก
  • บิ้วอินตู้เก็บเอกสารและชั้นเก็บของ

การจัดออฟฟิศขนาดเล็ก ต้องจัดพื้นที่ในทุก ๆ ส่วนให้เป็นระเบียบ การทำตู้เก็บเอกสารและชั้นเก็บของแบบบิลต์อิน (Built-in) ช่วยให้สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ผนังในแนวตั้งได้อย่างเต็มที่ ช่วยประหยัดพื้นที่ในห้อง โดยเน้นดีไซน์ที่เรียบไปกับผนัง ไม่มีมือจับที่ยื่นออกมา หรือใช้สีเดียวกับผนัง จะช่วยสร้างความรู้สึกเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้ห้องดูสึกกว้างขึ้น และยังช่วยให้การทำความสะอาดง่ายขึ้นอีกด้วย

  • ตกแต่งด้วยลวดลายหรือของประดับแนวโมเดิร์น

การออกแบบ Office ขนาดเล็กที่เรียบง่ายเกินไป ทำให้ห้องนั้นขาดมิติ ดูแบนราบ การตกแต่งห้องสไตล์โมเดิร์น จะช่วยเพิ่มมิติให้ห้องดูมีความน่าสนใจได้ แต่ควรเลือกของตกแต่งที่ไม่ใหญ่จนเกินไปและมีจำนวนจำกัด เพื่อไม่ให้ดูรกเกินไป ยิ่งมีการใช้ของตกแต่งโทนสีของแบรนด์ เป็นวิธีที่ช่วยสร้างการรับรู้และสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดูดีและทันสมัย

  • จัดมุมพักผ่อนสำหรับพนักงาน
การทำงานในพื้นที่จำกัดเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดความเครียดได้ การจัดมุมพักผ่อนเล็ก ๆ สำหรับพนักงานเพื่อเป็นโซนผ่อนคลาย ไม่ว่าจะเป็นการวางโซฟาขนาดเล็ก เก้าอี้เบาะนุ่ม หรือ Bean Bag จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ช่วยผ่อนคลายจากการทำงาน เป็นพื้นที่ให้พนักงานสามารถลุกออกมาจากโต๊ะเพื่อเปลี่ยนอิริยาบถ ผ่อนคลายสายตา หรือพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการได้ การมีพื้นที่สำหรับการพักเบรกช่วยให้สมองได้รีเซตและกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    มุมพักผ่อนออฟฟิศขนาดเล็ก
  • เพิ่มต้นไม้สีเขียว

การตกแต่งออฟฟิศด้วยต้นไม้ นอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงาม ยังช่วยสร้างบรรยากาศที่สดชื่น มีชีวิตชีวา และเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในออฟฟิศ ช่วยลดความเครียดและเป็นมุมพักสายตา ลดอาการล้าทางสายตาของพนักงานได้ดี ที่สำคัญหากเลือกเป็นไม้ฟอกอากาศ ยังช่วยปรับปรุงสภาพอากาศภายในออฟฟิศ ให้มีอากาศบริสุทธิ์มากขึ้นอีกด้วย

  • สร้างมุมประชุมขนาดเล็กหรือห้อง Zoom สำหรับทีม Hybrid

ออฟฟิศไหน ๆ ก็เปลี่ยนมาทำงานกันแบบ Hybrid จึงต้องมีพื้นที่สำหรับการประชุมออนไลน์ การสร้างห้อง Zoom หรือมุมประชุมขนาดเล็กสำหรับการประชุมออนไลน์ ช่วยป้องกันไม่ให้เสียงรบกวนเล็ดลอดออกไปถึงโซนทำงานอื่น ๆ และช่วยให้การประชุมดำเนินไปได้อย่างราบรื่นโดยไม่มีเสียงรบกวนจากภายนอก นอกจากการสร้างห้องแล้ว ควรมีอุปกรณ์อย่างครบครัน เพื่อการประชุมที่ราบรื่น เช่น กล้องความละเอียดสูง ไมโครโฟนคุณภาพดี และจอแสดงผลขนาดเหมาะสม แม้จะมีพื้นที่จำกัด เราสามารถใช้ฉากกั้นแบบโปร่งแสงหรือผนังกระจกเพื่อคงความรู้สึกเปิดโล่งไว้ได้ พร้อมติดตั้งม่านเพื่อความเป็นส่วนตัว เมื่อมีการประชุมสำคัญ

  • เลือกวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ที่คงทน ประหยัดงบระยะยาว

การลงทุนในวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ที่มีคุณภาพสูงและมีความคงทนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการออกแบบ ออฟฟิศขนาดเล็ก เพราะจะช่วยให้เราประหยัดงบประมาณในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ในระยะยาว ควรเลือกใช้วัสดุที่ทนทานต่อการใช้งานหนัก ทำความสะอาดง่าย และมีอายุการใช้งานยาวนาน การตัดสินใจลงทุนกับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ Office ขนาดเล็ก ดูดีและสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพไปอีกหลายปี

  • การจัดแสงและเสียงให้เหมาะสม

แสงสว่างที่เหมาะสมมีผลต่อสมาธิและความ Productivity ของพนักงาน ดังนั้นออฟฟิศควรเน้นใช้แสงธรรมชาติ ควบคู่ไปกับแสงไฟในออฟฟิศ ที่ควรเป็นแสงสีขาวนวล (Cool White) เพราะให้ความรู้สึกตื่นตัว และควรมีการกระจายแสงอย่างทั่วถึง ไม่ควรมีจุดที่มืดหรือสว่างจ้าจนเกินไป รวมถึงต้องระวังไม่ให้เกิดแสงสะท้อนบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำให้พนักงานปวดตาได้ง่าย 

นอกจากเรื่องแสงแล้ว การจัดการเสียงก็สำคัญต่อการทำงานไม่แพ้กัน ในพื้นที่แบบเปิดโล่ง การติดตั้งแผ่นซับเสียงบนผนังหรือเพดาน การปูพื้นด้วยพรม หรือการใช้แผ่นกั้นโต๊ะแบบผ้า จะช่วยลดเสียงสะท้อนและเสียงรบกวนได้ ทำให้พนักงานสามารถจดจ่อกับงานของตัวเองได้อย่างเต็มที่

  • การใช้สีและวัสดุตกแต่งสร้างภาพลักษณ์แบรนด์

การออกแบบออฟฟิศขนาดเล็ก นอกจากใช้เป็นพื้นที่สำหรับการสร้างสรรค์งานที่มีคุณภาพแล้ว ยังเป็นพื้นที่สำหรับการสื่อสารภาพลักษณ์และวัฒนธรรมองค์กรได้อีกด้วย การออกแบบออฟฟิศโดยการใช้สีหลักและสีรองของ Corporate Identity ของบริษัทมาเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่ง ช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กร และสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของให้กับพนักงานและสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน 


การออกแบบออฟฟิศขนาดเล็ก ให้ดูโปร่งโล่ง สบายตา และน่าทำงาน ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพียงแค่เราให้ความสำคัญกับการวางแผนอย่างรอบด้าน เน้นใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทุกตารางเมตรอย่างคุ้มค่า เช่น การจัดพื้นที่แบบเปิดโล่ง การใช้สีโทนอ่อน และการใช้แสงธรรมชาติ นอกจากความสวยงามแล้ว ยังช่วยให้ออฟฟิศมีความเป็นระเบียบ ออฟฟิศหลาย ๆ แห่งจึงพยายามปรับปรุงการตกแต่งออฟฟิศ เพื่อเป็นพื้นที่ที่ทำให้พนักงานรู้สึกสบายใจและผ่อนคลาย เพราะเมื่อพนักงานมีความรู้สึกที่ดี มีความสุข ก็จะสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้ดี กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ช่วยให้ทำงานได้อย่างมีสมาธิ และสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพได้


ออฟฟิศจึงไม่ใช่แค่ที่ทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นพื้นที่เปิดกว้างทางความคิด เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ สำหรับใครที่กำลังมองหาออฟฟิศขนาดเล็กสำหรับเริ่มต้นธุรกิจ JLL ประเทศไทย เราพร้อมหาพื้นที่ทำงานที่เหมาะสมของคุณ จากหลากหลายตัวเลือกและขนาด ติดต่อเราเพื่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ JLL Thailand หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02 624 6471


Reference :