10 ไอเดียแบบออฟฟิศสวย ๆ

10 ไอเดียแบบออฟฟิศสวย ๆ พร้อมแนะนำเคล็ดลับการออกแบบให้ทันสมัย น่าทำงาน


ออฟฟิศที่ดีต้องมีทั้งความสวยงาม และการใช้งานที่ลงตัว เพราะออฟฟิศไม่ได้เป็นเพียงสถานที่นั่งทำงาน แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการสะท้อนวัฒนธรรมองค์กร ดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ การมีแบบออฟฟิศสวย ๆ จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

รวม 10 ไอเดียแบบออฟฟิศสวย ๆ หลากหลายสไตล์

ไอเดียแบบออฟที่เข้ากับรูปแบบธุรกิจ จะช่วยให้มองเห็นภาพ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ไปดูกันว่าออฟฟิศมีสไตล์ใดบ้าง

แบบออฟฟิศสไตล์มินิมอล

1. ออฟฟิศสไตล์มินิมอล (Minimalist Office)

ออฟฟิศสไตล์มินิมอล จะเน้นการออกแบบที่เรียบง่าย ตัดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็น เหลือเพียงฟังก์ชันการใช้งานที่สำคัญ ใช้เส้นสายที่สะอาดตา โทนสีโมโนโทนหรือสีกลาง อย่าง สีขาว สีเทา สีดำ สีเบจ ทำให้พื้นที่ดูโปร่งโล่ง สบายตา 

แบบออฟฟิศสไตล์โมเดิร์น

2. ออฟฟิศสไตล์โมเดิร์น (Modern Office)

แบบออฟฟิศสวย ๆ สไตล์โมเดิร์นจะเน้นความทันสมัย โฉบเฉี่ยว เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้รูปทรงมักจะเรียบง่ายแต่ดูหรูหรา ดีไซน์ชัดเจน ไม่ซับซ้อน ออฟฟิศสไตล์โมเดิร์น ช่วยสะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพ ความก้าวหน้า และความน่าเชื่อถือ เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการภาพลักษณ์ที่ทันสมัย

แบบออฟฟิศสไตล์สแกนดิเนเวียน

3. ออฟฟิศสไตล์ลอฟต์ (Loft Office)

แบบออฟฟิศสไตล์ลอฟต์มีต้นกำเนิดมาจากการดัดแปลงโรงงานหรือโกดังเก่า จึงมีเอกลักษณ์ที่ความดิบ เน้นโชว์งานโครงสร้างสถาปัตยกรรม เช่น เพดานสูงโปร่ง ท่อแอร์ ผนังอิฐเปลือย หรือพื้นปูนขัดมัน แบบออฟฟิศสไตล์ลอฟต์จึงให้ความรู้สึกอิสระ ไม่เป็นทางการ และกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ มักใช้ในออฟฟิศที่ต้องการบรรยากาศที่ยืดหยุ่นสูง

แบบออฟฟิศสไตล์โคซี่โฮมมี่

4. ออฟฟิศสไตล์สแกนดิเนเวียน (Scandinavian Office)

แบบออฟฟิศสไตล์สแกนดิเนเวียนมีที่มาจากกลุ่มแถบประเทศนอร์ดิก เน้นความเรียบง่าย การใช้งาน และความอบอุ่น ออฟฟิศสไตล์นี้จะเน้นการออกแบบที่เปิดรับแสงธรรมชาติ และใช้โทนสีสว่าง เช่น สีขาวและสีพาสเทล ประกอบกับวัสดุธรรมชาติอย่างไม้เนื้ออ่อน ทำให้พื้นที่ดูสว่าง กว้างขวาง และผ่อนคลาย


แบบออฟฟิศสไตล์คลาสสิกหรูหรา

5. ออฟฟิศสไตล์โคซี่/โฮมมี่ (Cozy/Homey Office)

แบบออฟฟิศสไตล์โคซี่/โฮมมี่คือออฟฟิศที่ออกแบบมาให้รู้สึกเหมือนบ้าน เน้นการสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ผ่อนคลาย และเป็นกันเอง โคมไฟวอร์มไวท์ การออกแบบลักษณะนี้ช่วยลดความเครียดและความกดดันจากการทำงาน สร้างความรู้สึกสบายใจ 

แบบออฟฟิศแบบเปิดโล่ง

6. ออฟฟิศสไตล์คลาสสิก/หรูหรา (Classic/Luxury Office)

แบบออฟฟิศสไตล์คลาสสิก/หรูหราจะเน้นความภูมิฐาน สง่างาม ส่วนใหญ่จะเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง เช่น ไม้สีเข้ม เครื่องหนัง หินอ่อน และผ้ากำมะหยี่ โทนสีที่ใช้มักเป็นสีเข้มขรึม เช่น กรมท่า เขียวเข้ม หรือเบอร์กันดี ส่วนแสงไฟมักจะเลือกแสงไฟสีนวลที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและหรูหรา เหมาะสำหรับสำนักงานผู้บริหารระดับสูง ธุรกิจที่ปรึกษา หรือบริษัทที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ

7. ออฟฟิศแบบเปิดโล่ง (Open-Plan Office)

แบบออฟฟิศแบบเปิดโล่ง เป็นการออกแบบที่เน้นการลดผนังกั้น ทำให้พื้นที่ทั้งหมดเชื่อมต่อกัน ช่วยให้แต่ละทีมสามารถสื่อสาร แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือทำงานร่วมกันได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งอาจจะมีเสียงดังรบกวนบ้าง จึงจำเป็นต้องจัด Quiet Zone หรือห้องประชุมเล็ก ๆ สำหรับการทำงานที่ต้องใช้สมาธิ

แบบออฟฟิศสไตล์สร้างสรรค์ Playful

8. ออฟฟิศแบบ Hybrid/Flexible Workspace

ออฟฟิศแบบ Hybrid/Flexible Workspace เป็นรูปแบบที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานยุคใหม่ที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยผสมผสานระหว่างการทำงานในออฟฟิศและการทำงานนอกสถานที่ จึงไม่มีโต๊ะทำงานประจำ แต่มีพื้นที่หลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม เช่น โต๊ะทำงานรวม บูธสำหรับคุยโทรศัพท์ ห้องประชุมขนาดเล็ก และพื้นที่ส่วนกลางสำหรับพักผ่อน เพื่อรองรับกิจกรรมที่แตกต่างกัน

แบบออฟฟิศสไตล์ Artistic Office

9. ออฟฟิศสไตล์สร้างสรรค์/Playful (Creative/Playful Office)

แบบออฟฟิศสไตล์สร้างสรรค์ เป็นแบบออฟฟิศสวย ๆ ที่ทำลายกรอบเดิม ๆ ของการออกแบบ เป็นการออกแบบเพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ จึงมักใช้สีสันที่มีความสดใส กราฟิกบนผนัง เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์แปลกตา และมีพื้นที่สำหรับผ่อนคลายหรือเล่นสนุก เพราะหลักในการออกแบบออฟฟิศสไตล์สร้างสรรค์เชื่อว่าการทำงานและอารมณ์ที่ดีสามารถไปด้วยกันได้ดี

แบบออฟฟิศสไตล์ Artistic Office

10. ออฟฟิศสไตล์ Artistic Office [H3]

แบบออฟฟิศสไตล์ Artistic Office เป็นออฟฟิศที่ใช้ศิลปะเป็นองค์ประกอบหลักในการตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด งานประติมากรรม ภาพถ่าย หรือแม้แต่ภาพจิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่ ศิลปะเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความสวยงาม แต่ยังช่วยสื่อสารถึงตัวตนและคุณค่าของแบรนด์ สร้างแรงบันดาลใจ และทำให้สภาพแวดล้อมการทำงานมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เหมาะกับสตูดิโอออกแบบ หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับศิลปวัฒนธรรม


เคล็ดลับการออกแบบออฟฟิศ ให้สวย และดูทันสมัย

การมีไอเดียออฟฟิศสวย ๆ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่การจะทำให้สำเร็จได้นั้นต้องอาศัยการวางแผนและเคล็ดลับในการออกแบบที่ดีเพื่อให้ได้ออฟฟิศที่ทั้งสวยงาม ทันสมัย และตอบโจทย์การใช้งานจริง

1. การจัดวางห้องหรือพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดสรรพื้นที่ (Layout) เป็นปัจจัยสำคัญในการออกแบบออฟฟิศที่ดี เราควรคำนึงถึง Flow ภายในออฟฟิศ ควรจัดกลุ่มแผนกที่ต้องทำงานร่วมกันให้อยู่ใกล้กัน สร้างสมดุลระหว่างพื้นที่เปิดโล่งเพื่อการทำงานร่วมกัน และพื้นที่ปิดเพื่อความเป็นส่วนตัว การวางผังที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดการรบกวนและเพิ่มผลิตผลในการทำงาน

2. การติดตั้งไฟ และการจัดการแสงสว่าง ที่เหมาะสมกับการทำงาน

แสงสว่างภายในออฟฟิศ ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและสุขภาพสายตา ออฟฟิศที่ดีควรออกแบบให้มีการใช้แสงธรรมชาติให้มากที่สุด ส่วนแสงสว่างจากหลอดไฟควรมีค่าความส่องสว่าง (Illuminance) ที่เพียงพอ โดยทั่วไปสำหรับงานเอกสารจะอยู่ที่ประมาณ 300-500 ลักซ์ (Lux) ควรใช้แสงแบบ Task Lighting (ไฟเฉพาะจุด) ที่โต๊ะทำงาน และ Ambient Lighting (ไฟบรรยากาศ) ทั่วไป เพื่อลดแสงจ้าและเงาสะท้อนบนหน้าจอ

3. การเลือกใช้สีและโทนสีในออฟฟิศ

สีเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่ออารมณ์และการทำงาน การเลือกใช้สี CI (Corporate Identity) ขององค์กรจะช่วยสร้างการจดจำแบรนด์ โดยอาจใช้กฎ 60-30-10 (สีหลัก 60%, สีรอง 30%, สีไฮไลต์ 10%) เพื่อสร้างความสมดุล

4. การเลือกเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่ง

ออฟฟิศสมัยใหม่ ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์แบบ Multifunction เพื่อประหยัดพื้นที่และเพิ่มประโยชน์ใช้สอย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการลงทุนกับเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพ เช่น โต๊ะทำงานที่ปรับระดับได้ และเก้าอี้ทำงานสุขภาพที่รองรับสรีระ เพื่อสุขภาพดีของพนักงาน ลดปัญหา Office Syndrome ช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. การเพิ่มบรรยากาศในการทำงาน

การออกแบบให้สวยอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องสร้างบรรยากาศที่น่าทำงาน การออกแบบโดยใช้หลัก Biophilic Design หรือการนำองค์ประกอบธรรมชาติเข้ามาในออฟฟิศ เช่น การใช้วัสดุธรรมชาติอย่างไม้ หิน และการตกแต่งด้วยต้นไม้จริง จะช่วยเพิ่มความสดชื่น ฟอกอากาศ และลดความเครียดของพนักงานได้ เพราะบรรยากาศที่ผ่อนคลาย สามารถกระตุ้นไอเดียใหม่ ๆ ให้พนักงานได้

6. เทคโนโลยีและความทันสมัย

ในยุคที่การทำงานเป็นแบบไฮบริด (Hybrid Work) เทคโนโลยีจึงเป็นสิ่งขาดไม่ได้ ออฟฟิศที่ดีต้องมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่เสถียร ระบบการประชุมทางไกลที่คมชัด ใช้งานง่าย รวมถึงระบบจองห้องประชุมหรือโต๊ะทำงานอัจฉริยะ เพื่อให้การทำงานราบรื่นไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม

7. การจัดวางโต๊ะทำงาน

รูปแบบการจัดวางโต๊ะทำงาน ส่งผลต่อวัฒนธรรมการทำงานได้ เช่น

  • การจัดแบบแถว เหมาะกับงานที่ต้องการสมาธิ 
  • การจัดแบบกลุ่ม เหมาะกับการทำงานเป็นทีม ส่งเสริมการปรึกษาหารือกัน 
  • การใช้โต๊ะขนาดใหญ่ร่วมกัน เพื่อความยืดหยุ่น การเลือกรูปแบบการจัดโต๊ะเหมาะสม จะช่วยส่งเสริมรูปแบบการทำงานขององค์กรได้

8. การสร้างบรรยากาศด้วยศิลปะและดีไซน์

งานศิลปะและองค์ประกอบด้านดีไซน์ช่วยยกระดับออฟฟิศธรรมดาให้พิเศษขึ้นได้ การใช้ภาพศิลปะที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัท กราฟิกบนผนังที่สร้างแรงบันดาลใจ หรือแม้แต่การออกแบบป้ายบอกทางที่สวย ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าสนใจ กระตุ้นสายตา

9. การใช้วัสดุและพื้นผิว (Materials & Textures)

ออฟฟิศไม่ควรมีแค่สีสัน แต่ต้องมีมิติของพื้นผิว การผสมผสานวัสดุที่แตกต่างกัน เช่น ความเรียบของกระจก ความหยาบของอิฐ ความนุ่มของผ้า หรือความอบอุ่นของไม้ จะช่วยทำให้พื้นที่ดูมีมิติ น่าสนใจ มีความลึก และไม่แบนราบจนเกินไป 

10. การออกแบบพื้นที่เพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being Design)

หลักการออกเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being Design) คือเทรนด์การออกแบบที่ใส่ใจสุขภาพกายและใจของพนักงานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการจัดให้มีพื้นที่พักผ่อน ห้องสมาธิ การส่งเสริมให้มีการเคลื่อนไหว การจัดเตรียมอาหารว่างที่ดีต่อสุขภาพ หรือการดูแลคุณภาพอากาศและเสียงภายในออฟฟิศ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น


แบบออฟฟิศสวย ๆ เป็นการผสมผสานระหว่างศาสตร์และศิลป์ ไม่ใช่เพียงการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่สวยงาม แต่คือการวางแผนพื้นที่ภายในออฟฟิศอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงาน สะท้อนตัวตนของแบรนด์ และดูแลสุขภาพกายและใจของพนักงานไปพร้อมกัน การลงทุนใน แบบออฟฟิศที่ดี จึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนขององค์กร

สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาออฟฟิศที่ทั้งสวยงาม และฟังก์ชันตอบโจทย์การทำงาน ให้ JLL ประเทศไทย ช่วยคุณ เพื่อให้คุณได้ออฟฟิศที่เหมาะกับองค์กรมากที่สุด หากสนใจสามารถติดต่อเราเพื่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ property.jll หรือโทร. 02 624 6471