วิธีเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานออฟฟิศ

แชร์ 9 วิธีเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานออฟฟิศ ที่ทุกคนต้องช่วยกัน

หลายๆครั้ง เมื่อนึกถึงสถานที่ทำงานที่อันตราย อาจจะมองเห็นภาพโรงงานอุตสาหกรรม หรือพื้นที่ก่อสร้าง แต่ในความเป็นจริงออฟฟิศ ก็สามารถเกิดอุบัติได้เช่นกัน การสร้างความปลอดภัยในออฟฟิศ ไม่ใช่แค่การปฏิบัติตามกฎระเบียบ แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พนักงานทุกคนรู้สึกอุ่นใจ มีสมาธิกับการทำงานโดยไม่ต้องคอยกังวลความอันตราย บทความนี้ได้มัดรวม 9 แนวทางปฏิบัติที่จำเป็น เพื่อยกระดับความปลอดภัยในออฟฟิศ ลดการบาดเจ็บ และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี

 

ความสำคัญของความปลอดภัยในออฟฟิศ

ความสำคัญของความปลอดภัยในการทำงานออฟฟิศ

ความปลอดภัยในออฟฟิศ เป็นเรื่องพื้นฐานที่ควรใส่ใจ การดูแลความปลอดภัยในการทำงานออฟฟิศจะช่วยลดอัตราการบาดเจ็บ การลาป่วย และลดค่าใช้จ่ายแฝงที่เกิดจากอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าสินไหมทดแทน หรือต้นทุนในการหาคนมาทำงานแทน ที่สำคัญออฟฟิศที่มีความปลอดภัย ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อวัฒนธรรมองค์กร การที่พนักงานรับรู้ว่าองค์กรใส่ใจในความเป็นอยู่และความปลอดภัย จะช่วยสร้างความไว้วางใจและความภักดีต่อองค์กร สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล ทำให้พนักงานมีสมาธิในการทำงานมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้คือปัจจัยที่นำไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีขึ้น

 

 9 วิธีเพิ่มความปลอดภัยในสำนักงาน ลดการบาดเจ็บในออฟฟิศ

การสร้างความปลอดภัยในการทำงานออฟฟิศ สามารถเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวเป็นประจำ การปฏิบัติตาม 9 แนวทางดังต่อไปนี้ สามารถช่วยทำให้ออฟฟิศปลอดภัย และลดอันตรายที่พบบ่อย ๆ ได้

1. จัดวางของให้เป็นระเบียบ

อุบัติเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ การสะดุด หกล้ม และการชนซึ่งสาเหตุหลักมักมาจากความไม่เป็นระเบียบของพื้นที่ทำงาน การจัดของให้เป็นระเบียบ รักษาทางเดินให้โล่งและสะอาดอยู่เสมอ สามารถป้องกันการบาดเจ็บได้

2. หลีกเลี่ยงการยืนบนเก้าอี้

การพยายามหยิบของจากชั้นวางสูง โดยการปีนหรือยืนบนเก้าอี้สำนักงาน ซึ่ง(ที่)ไม่มีความมั่นคงเมื่อต้องยืนบนเก้าอี้ เป็นพฤติกรรมเสี่ยงอันตราย อาจทำให้เก้าอี้พลิกหรือไถลออกไปอย่างรวดเร็ว จนพลัดตกมาได้ หากจำเป็นต้องหยิบของที่อยู่สูงควรใช้บันไดที่มั่นคง เพื่อความปลอดภัย

ติดตั้งวัสดุกันลื่นเพื่อความปลอดภัยในการทำงานออฟฟิศ

3. ติดตั้งวัสดุกันลื่น

พื้นที่ที่มีพื้นผิวเรียบ มันเงา โดยเฉพาะในบริเวณที่มีโอกาสเปียกน้ำได้ง่าย ถือเป็นจุดเสี่ยงต่อการลื่นล้ม การติดตั้งวัสดุกันลื่น ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานออฟฟิศ นอกจากนี้จุดใดที่มีการทำความสะอาดหรือมีน้ำหกเลอะเทอะ ควรวางป้าย “ระวังพื้นเปียก” ทันทีเพื่อความปลอดภัยในออฟฟิศ ที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

4. วางซ้อนสิ่งของให้ปลอดภัย

หลาย ๆ ออฟฟิศมักมีการจัดเก็บของด้วยการวางกล่องซ้อน ๆ กัน แต่การวางกล่องซ้อนกันที่ไม่ถูกหลัก อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุของหล่นทับ หรือชั้นวางของถล่มลงมาได้ ดังนั้นกฎในการวางของที่ต้องจำให้ดีคือ “หนักลงล่าง เบาขึ้นบน” จะช่วยสร้างจุดศูนย์ถ่วงที่มั่นคงให้กับชั้นวาง ป้องกันการโค่นล้ม ที่สำคัญการวางกล่องซ้อนกันไม่ควรสูงเกินไปจนบดบังทัศนวิสัย หรือสูงจนใกล้หัวสปริงเกอร์ดับเพลิง นอกจากนี้ ต้องตรวจสอบความแข็งแรงและการรับน้ำหนักของชั้นวางอย่างสม่ำเสมอ

5. ปิดลิ้นชักเก็บของให้ดี 

การเดินชนหรือสะดุดลิ้นชักตู้เก็บเอกสารที่เปิดค้างไว้ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากเดินชนขอบมุมแหลมคมของลิ้นชักที่ยื่นออกมา ทำให้เกิดแผลฟกช้ำหรือบาดแผลได้ ดังนั้นเมื่อใช้งานเสร็จ ควรปิดลิ้นชักเก็บของให้ดี

6. ตรวจสอบสายไฟและปลั๊กไฟอย่างสม่ำเสมอ 

สำนักงานเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องใช้ไฟฟ้าตลอดเวลา หากมีการจัดเก็บสายไฟที่ไม่เหมาะสม จนเกิดอัคคีภัยหรือไฟฟ้าลัดวงจร อาจสร้างความเสียหายให้กับองค์กรได้ การตรวจสอบอุปกรณ์สายไฟและปลั๊กไฟอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานออฟฟิศ หากพบว่าสายไฟชำรุด มีรอยแตก หรือปลั๊กไฟที่ร้อนผิดปกติ ต้องรีบรายงานให้ผู้ดูแลทราบทันที เพื่อป้องกันปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร และอุบัติเหตุจากไฟไหม้

7. ไม่วางสิ่งของกีดขวางหัวสปริงเกอร์และหมั่นตรวจเช็กเป็นประจำ

หัวสปริงเกอร์ หรือระบบฉีดน้ำดับเพลิงอัตโนมัติ คือระบบความปลอดภัย ที่สามารถช่วยชีวิตพนักงานได้เมื่อเกิดอัคคีภัย แต่หากวางของกีดขวางการทำงานของหัวสปริงเกอร์ จนไม่สามารถตรวจจับความร้อนหรือควันได้ หัวสปริงเกอร์ก็จะไม่ทำงานหรือทำงานช้าเกินไป จนเกิดความเสียหาย

ซึ่งกฎความปลอดภัยในการทำงานออฟฟิศสากลคือ ต้องมีระยะห่างระหว่างสิ่งของที่วางบนสุดกับหัวสปริงเกอร์ อย่างน้อย 18 นิ้ว (หรือประมาณ 45 ซม.) เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำสามารถกระจายตัวได้อย่างอิสระเมื่อระบบทำงาน รวมถึงการเว้นพื้นที่บริเวณนี้คือข้อบังคับเพื่อความปลอดภัยในออฟฟิศที่ห้ามละเมิด

ความปลอดภัยในการทำงานออฟฟิศ ไม่วางสิ่งของกีดขวางทางหนีไฟ

8. ไม่วางสิ่งของกีดขวางทางหนีไฟ

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทุกวินาทีล้วนมีความหมาย และการเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิต เส้นทางหนีไฟ บันไดหนีไฟ และประตูฉุกเฉินเป็นพื้นที่สำคัญที่ไม่ควรมีสิ่งกีดขวาง เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้สามารถอพยพออกได้อย่างทันท่วงที ประตูทางหนีไฟต้องสามารถเปิดออกได้ง่ายจากด้านในเสมอ ห้ามล็อกหรือมีสิ่งกีดขวาง ป้ายบอกทางหนีไฟต้องชัดเจนและมีไฟส่องสว่างฉุกเฉิน ที่สำคัญการซ้อมหนีไฟเป็นประจำจะช่วยให้ทุกคนเข้าใจเส้นทางความปลอดภัยในออฟฟิศได้มากขึ้น 

9. ลดแสงสว่าง

ความปลอดภัยในออฟฟิศไม่ได้หมายถึงการมีแสงสว่างจ้าที่สุดเสมอไป เพราะแสงสว่างที่มากเกินไปหรือแสงที่จัด โดยเฉพาะแสงสะท้อนบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพสายตา เพราะแสงสะท้อนเหล่านี้ทำให้ต้องหรี่ตา เกร็งกล้ามเนื้อคอ หรือขยับท่าทางเพื่อพยายามมองจอให้ชัดเจน เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดตา ตาแห้ง ปวดศีรษะ และเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดออฟฟิศซินโดรมได้ ดังนั้นแสงสว่างภายในออฟฟิศควรออกแบบให้มีความสมดุล เพื่อความปลอดภัยในการทำงานออฟฟิศในระยะยาว


ความปลอดภัยในการทำงานออฟฟิศ เป็นมาตรการที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกฝ่าย เพื่อสร้างความปลอดภัยในออฟฟิศ ให้เป็นสถานที่ทำงานที่ไม่เพียงแต่มีประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นสถานที่ที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัย ความปลอดภัยในตัวออฟฟิศที่ทาง JLL ไทยแลนด์นำมาฝากเป็นรูปแบบความปลอดภัยภายในสำนักงาน สำหรับองค์กรใดที่กำลังมองหาออฟฟิศที่มีระบบรักษาความปลอดภัย JLL ไทยแลนด์ เรามีสำนักงานหลากหลายขนาด บนทำเลคุณภาพ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันให้คุณเลือกมากมาย สำหรับผู้ที่สนใจ ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อไปที่ property.jll หรือ โทร 02 624 6471