สำนักงานสีเขียว (Green Office) คืออะไร เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี

สำนักงานสีเขียว (Green Office) คืออะไร ทำไมองค์กรยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญ

ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในทุก ๆ วันนี้ เป็นปัญหาที่สร้างความเสียหายให้กับเราในหลายด้าน ทั้งก่อให้เกิด PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ การปรับปรุงสถานที่ทำงานให้เป็นสำนักงานสีเขียว (Green Office) จึงไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นความรับผิดชอบทางธุรกิจ แนวคิดนี้เน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงานของสำนักงาน โดยมุ่งเน้นการประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว นอกจากนี้ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างความพึงพอใจให้กับพนักงานด้วย


Green Office คืออะไร?

Green office คือ ออฟฟิศที่ออกแบบและบริหารจัดการให้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ โดยคำนึงถึงความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ด้วยการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างรู้คุณค่า ลดการเกิดของเสีย และเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป้าหมายหลักคือการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมภายในสำนักงานให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งเริ่มตั้งแต่การวางแผนโครงสร้างอาคาร การใช้อุปกรณ์ ไปจนถึงพฤติกรรมของพนักงานทุกคน


ทำไม Green Office สำคัญ?

  • ช่วยลดค่าใช้จ่าย ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำ รวมถึงลดการใช้กระดาษและอุปกรณ์สำนักงานที่ไม่จำเป็น นอกจากช่วยโลกแล้ว ยังทำให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมลดลง
  • สร้างสุขภาพอนามัยที่ดี การจัดการคุณภาพอากาศที่ดี การใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่เป็นพิษ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีขึ้น
  • สร้างการมีส่วนร่วม การส่งเสริมให้ใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่รักษ์โลกให้แข็งแกร่ง
  • ช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน การลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณต่ำที่สุด ถือเป็นการร่วมรับผิดชอบต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมโลก
  • ช่วยลดปริมาณขยะ องค์กรควรมีนโยบายจัดการของเสียที่มีประสิทธิภาพ เน้นการใช้ซ้ำ (Reuse) และการรีไซเคิล (Recycle) ช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด

 

ทำไม สำนักงานสีเขียว (Green Office) ถึงมีความสำคัญ

หลักการสร้างสำนักงานสีเขียว

การสร้างสำนักงานสีเขียวต้องอาศัยปัจจัยหลาย ๆ อย่างร่วมกัน เพื่อให้เป็น Green Office ซึ่งมีหลักการสร้าง ดังนี้

  • การออกแบบอาคารและการใช้พื้นที่

การวางแปลนออฟฟิศควรเน้นความโปร่งโล่งและเปิดให้แสงธรรมชาติเข้าถึงได้มากที่สุด การจัดวางโต๊ะทำงานใกล้หน้าต่างจะช่วยให้สามารถใช้ประโยชน์จากแสงสว่างภายนอกได้นานขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ในการลดการพึ่งพาไฟฟ้าส่องสว่างในช่วงกลางวัน และยังช่วยสร้างบรรยากาศที่สบายตาและน่าทำงานมากขึ้นด้วย

  • การใช้วัสดุและเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การสร้าง Green Office ควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล หรือวัสดุที่ย่อยสลายได้ง่าย หรือมีอายุการใช้งานยาวนาน เพื่อลดการเกิดขยะ นอกจากนี้ควรลดการใช้พลาสติกและสารเคมีที่เป็นพิษในการตกแต่งภายในก็เป็นสิ่งสำคัญ แนวทางนี้ช่วยลด Carbon Footprint ของสำนักงานตั้งแต่ขั้นตอนการจัดซื้อ

  • การจัดการพลังงานและทรัพยากร

การติดตั้งไฟ LED ที่ประหยัดพลังงาน และมีอายุการใช้งานที่นาน ช่วยลดการเกิดขยะ นอกจากนี้การใช้ระบบปรับอากาศแบบประหยัดพลังงาน และการติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว เพื่อเปิด-ปิดไฟโดยอัตโนมัติเมื่อไม่มีคนอยู่ รวมถึงการจัดการทรัพยากรน้ำโดยการติดตั้งสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ ทำให้ใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

  • การใช้เทคโนโลยีช่วยสำนักงานสีเขียว

การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบ Smart Office หรือ IoT (Internet of Things) มาใช้ในการควบคุมและติดตามการใช้พลังงาน ระบบเหล่านี้สามารถปรับการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในออฟฟิศให้เหมาะสมกับจำนวนคนและสภาพอากาศโดยอัตโนมัติ ช่วยลดการสูญเสียทรัพยากรโดยไม่จำเป็น

  • การสร้างพื้นที่สีเขียวภายในออฟฟิศ

การปลูกต้นไม้ภายในออฟฟิศ นอกจากเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยให้บรรยากาศภายในออฟฟิศผ่อนคลาย สบายตาแล้ว การปลูกต้นไม้ยังช่วยลดความเครียดและเพิ่มสมาธิ อีกทั้งยังเป็นเครื่องฟอกอากาศแบบธรรมชาติ ช่วยให้อากาศภายในออฟฟิศสะอาด และสดชื่นขึ้นได้

  • การส่งเสริมพฤติกรรมพนักงานแบบ Green Office

ความสำเร็จของสำนักงานสีเขียวขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกคน เราควรส่งเสริมพฤติกรรมรักษ์โลกให้กับพนักงานในองค์กรทุก ๆ คน เช่น การลดใช้กระดาษโดยเปลี่ยนมาใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ การแยกขยะ และการส่งเสริมให้พนักงานใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เดิน หรือปั่นจักรยานมาทำงาน เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืน

 

อยากสร้างสำนักงานสีเขียว ทำอย่างไร

อยากสร้างสำนักงานสีเขียว ทำอย่างไร?

การปรับองค์กร เพื่อให้เป็น Green Office นั้นมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • ประเมินและวางแผนพื้นที่

เราควรเริ่มต้นจากการตรวจสอบและประเมินการใช้พลังงานต่าง ๆ ภายในออฟฟิศ รวมถึงการระบายอากาศในพื้นที่สำนักงานปัจจุบัน เพื่อระบุจุดที่สิ้นเปลืองพลังงาน จากนั้นจึงวางแผนปรับปรุงพื้นที่ให้โปร่ง โล่ง และเน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด

  • เลือกวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

วัสดุและเฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้ภายในออฟฟิศ ควรเป็นวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เน้นวัสดุรีไซเคิล หรือที่มีการรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อม (Eco-Label) และลดการใช้พลาสติกหรือโฟมในการบรรจุภัณฑ์ รวมถึงส่งเสริมการนำของเก่ากลับมาใช้ซ้ำ

  • ปรับระบบพลังงานและน้ำ

ระบบพลังงานต่าง ๆ รวมถึงระบบน้ำเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะเปลี่ยนออฟฟิศแบบเดิม ๆ มาเป็น Green Office โดยเริ่มจากการเปลี่ยนมาใช้ไฟ LED ทั้งหมด ติดตั้งระบบปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง และใช้เซนเซอร์ไฟในพื้นที่ที่ไม่จำเป็นต้องเปิดตลอดเวลา ส่วนระบบน้ำควรนำน้ำที่ใช้แล้วมาบำบัดและรีไซเคิล เพื่อใช้รดน้ำต้นไม้

  • เพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในออฟฟิศ

จัดวางต้นไม้ฟอกอากาศในจุดต่าง ๆ ของออฟฟิศ หรือสร้างมุมพักผ่อนสีเขียว เพื่อให้พนักงานได้ผ่อนคลายและสัมผัสกับธรรมชาติ ซึ่งช่วยฟอกอากาศ ลดความเครียด และเพิ่มสมาธิในการทำงาน

  • ส่งเสริมพฤติกรรมพนักงานแบบ Green Office

จัดอบรมเรื่องการแยกขยะและลดการใช้กระดาษกำหนดจุดแยกขยะที่ชัดเจน และส่งเสริมการรีไซเคิลสิ่งของเหลือใช้ เช่น นำกากกาแฟไปขัดผิว ปลูกต้นไม้ หรือเปลี่ยนเศษอาหารที่เหลือทิ้งเป็นดินปลูกต้นไม้ รวมถึงการนำภาชนะส่วนตัวมาใส่อาหารแทนการใช้กล่องพลาสติก

  • ใช้เทคโนโลยีช่วยสำนักงานสีเขียว

ติดตั้งระบบ Smart Office หรือ IoT เพื่อควบคุมการเปิด-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าอัตโนมัติ และใช้ระบบติดตามการใช้ทรัพยากรแบบ Real-time เพื่อให้สามารถตรวจสอบและปรับปรุงการประหยัดพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่าง Green Office ที่ประสบความสำเร็จ

Green Office ที่ประสบความสำเร็จคือการดำเนินงานที่มุ่งเน้นการ ลดการใช้พลังงานและทรัพยากร อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) และของเสีย โดยมีนโยบายที่ส่งเสริมกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง BAM (บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)) เป็นตัวอย่างที่โดดเด่น โดยได้รับรางวัลสำนักงานสีเขียวระดับดีเยี่ยม (ระดับทอง) ประจำปี 2566 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการองค์กรอย่างยั่งยืน


เคล็ดลับสำหรับเจ้าของธุรกิจและ HR

ความสำเร็จของ Green Office คือการมีนโยบายสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน เจ้าของธุรกิจและ HR ควรร่วมกันวางนโยบายที่ครอบคลุม เช่น การลดพลังงาน 10% ต่อปี หรือการรีไซเคิลขยะให้ได้ 70% นอกจากนี้ ควรมีการให้รางวัลหรือการยอมรับ สำหรับพนักงานหรือทีมที่ริเริ่มและสนับสนุนแนวทาง Green Office เพื่อสร้างแรงจูงใจและความตื่นตัวในการรักษาสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

 

JLL ประเทศไทย ในฐานะผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินงานอย่างยั่งยืน และพร้อมเป็นที่ปรึกษาในการเปลี่ยนผ่านสู่สำนักงานสีเขียว ด้วยการบริหารจัดการอาคารและนวัตกรรมด้านความยั่งยืน JLL จึงสามารถช่วยให้ธุรกิจของคุณบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและสร้างพื้นที่ทำงานที่มีคุณภาพได้จริง สำหรับใครที่กำลังมองหาออฟฟิศติดต่อโทร. 02 624 6471

 

การเปลี่ยนมาเป็น Green Office เป็นการตัดสินใจที่สร้างผลบวกในทุกมิติ ทั้งต่อสิ่งแวดล้อม, ค่าใช้จ่าย, Productivity, และความพึงพอใจของพนักงาน การที่สำนักงานสีเขียวช่วยลดผลกระทบต่อโลกของเรา ขณะเดียวกันก็ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ยั่งยืน เราจึงขอเชิญชวนให้ทุกธุรกิจเริ่มปรับออฟฟิศให้เป็น Green Office ตั้งแต่วันนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคนและโลกของเรา


Reference :