ออฟฟิศสมัยใหม่ไม่ได้เน้นแค่การออกแบบที่เพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังสะท้อนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมขององค์กร ด้วยเหตุนี้อาคารสีเขียว (Green Building) จึงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ โดย LEED Certification เป็นมาตรฐานระดับสากลที่ยืนยันว่าออฟฟิศนั้นออกแบบและก่อสร้างอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่
บทความนี้จะชวนไปรู้จักว่าออฟฟิศ LEED Certified คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และมาตรฐานนี้ช่วยส่งเสริมแนวคิดอาคารสีเขียวให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร เพื่อเป็นแนวทางให้ธุรกิจที่กำลังมองหาพื้นที่สำนักงานที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการทำงานและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนควบคู่กัน
LEED Certification คืออะไร มีจุดเริ่มต้นมาจากไหน?
LEED Certification ย่อมาจาก Leadership in Energy and Environmental Design เป็นระบบการประเมินและรับรองมาตรฐานอาคารสีเขียว ที่พัฒนาขึ้นโดยสภาอาคารเขียวแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Green Building Council ; USGBC) ตั้งแต่ปี 1993 โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเกณฑ์กลางในการออกแบบ ก่อสร้าง และดูแลรักษาอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน และส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้งาน ซึ่งการได้รับการรับรอง LEED Certification นั้นหมายความว่าอาคารนั้นมีประสิทธิภาพสูงในการใช้ทรัพยากรและลดผลกระทบต่อโลกได้
มาตรฐานอาคารสีเขียว LEED Certification มีกี่ประเภท?
- มาตรฐานออฟฟิศ LEED ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นและครอบคลุมโครงการก่อสร้างทุกรูปแบบ ตั้งแต่อาคารเดี่ยวไปจนถึงการพัฒนาเมืองทั้งเมือง เพื่อให้สามารถประยุกต์ใช้มาตรฐาน LEED Certification ได้อย่างเหมาะสมกับลักษณะของโครงการนั้น ๆ โดยแบ่งออกเป็นประเภทหลัก ๆ ดังนี้
- LEED for Building Design & Construction (BD+C) : สำหรับอาคารที่ก่อสร้างใหม่ทั้งหมด หรือมีการปรับปรุงโครงสร้างหลัก หรือรีโนเวทครั้งใหญ่ เหมาะสำหรับอาคารสำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล และอาคารพาณิชย์ต่าง ๆ
- LEED for Interior Design & Construction (ID+C) : มุ่งเน้นที่การออกแบบและตกแต่งพื้นที่ภายในสำหรับผู้เช่าโดยเฉพาะ เช่น การตกแต่งออฟฟิศ LEED Certified ในอาคารที่มีอยู่แล้ว
- LEED for Building Operations & Maintenance (O+M) : สำหรับอาคารที่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว และต้องการปรับปรุงการดำเนินงาน บำรุงรักษาให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
- LEED for Neighborhood Development (ND): ใช้ประเมินการวางผังและออกแบบพื้นที่ในระดับชุมชนหรือย่าน เพื่อส่งเสริมการใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงและยั่งยืน
- LEED for Homes: มาตรฐานสำหรับที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวหรืออาคารพักอาศัยขนาดเล็ก
- LEED for Cities & Communities: เป็นมาตรฐานสำหรับทั้งเมืองหรือชุมชนในการวัดและจัดการประสิทธิภาพด้านความยั่งยืนในภาพรวม
LEED Certification Vs WELL Building Standard ต่างกันอย่างไร
มาตรฐาน LEED Certification และ WELL Building Standard ทั้งสองเป็นมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับอาคาร แต่มีจุดเด่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังต่อไปนี้
1.LEED Certification
จะให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และประสิทธิภาพของตัวอาคารเป็นหลัก เช่น การประหยัดพลังงาน การจัดการน้ำ และการใช้วัสดุที่ยั่งยืน
2.WELL Building Standard
จะเน้นไปที่สุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ใช้งานอาคารเป็นหลัก เช่น คุณภาพของอากาศ แสงสว่าง โภชนาการ และการส่งเสริมสุขภาพจิต ซึ่งการออกแบบออฟฟิศให้มีคุณภาพสามารถนำทั้งสองมาตรฐานนี้มาใช้ในการออกแบบร่วมกันได้ เพื่อสร้างอาคารที่สมบูรณ์แบบทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและผู้ใช้งาน

มาตรฐาน LEED Certification มีประโยชน์ต่อบริษัทในอาคารและสำคัญต่อ Green Office แค่ไหน?
องค์กรที่เลือกอาคารมาตรฐานออฟฟิศ LEED Certified นั้น นอกจากจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังถูกออกแบบเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น การใช้พลังงานสะอาด และการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ได้อาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและส่งผลให้ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง (Utility Costs) ลดลง
นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมภายในอาคารที่ดีขึ้น ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity) ลดอัตราการลาป่วยของพนักงานอีกด้วย ทำให้การลงทุนใน LEED และการได้รับมาตรฐานออฟฟิศ LEED Gold จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
มาตรฐาน LEED Certificate มีบทบาทในการลด Net Zero Carbon และ Carbon Footprint อย่างไร
อย่างที่ได้แนะนำไปในเบื้องต้นว่ามาตรฐาน LEED Certificate เป็นอาคารสีเขียวที่มีแนวคิดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีบทบาทสำคัญในการผลักดันเป้าหมาย Net Zero Carbon ผ่านการออกแบบระบบจัดการพลังงานที่ยั่งยืนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์
เกณฑ์การประเมินในหมวดพลังงานและบรรยากาศ มุ่งเน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน และลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล รวมถึงการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำและการจัดการของเสียอย่างเป็นระบบ ทำให้มาตรฐานออฟฟิศ LEED Certified มีส่วนช่วยลด Carbon Footprint ได้ในทุก ๆ กระบวนการทำงาน

เช็กเลยเกณฑ์ประเมิน LEED Green Building Rating System (V.5) อาคารเขียวมีอะไรบ้าง?
การที่อาคารจะผ่านมาตรฐานและกลายเป็นออฟฟิศ LEED Certified ได้นั้น ต้องผ่านเกณฑ์การประเมินที่ครอบคลุมในหลายมิติ เพื่อให้ได้อาคารรักษ์โลกที่มีมาตรฐานสูงสุด โดยแต่ละหัวข้อการประเมิน จะมีคะแนนกำหนดไว้ ซึ่งเวอร์ชันล่าสุด (LEED v5) มีเกณฑ์หลักดังนี้
- การตั้งเป้าหมาย (Integrative Process) มุ่งเน้นการวางแผนและทำงานร่วมกันตั้งแต่ระยะเริ่มต้นโครงการ เพื่อวิเคราะห์และกำหนดเป้าหมายด้านการประหยัดพลังงานและน้ำอย่างเป็นระบบ การวางแผนที่ดีช่วยให้การออกแบบและก่อสร้างดำเนินไปอย่างราบรื่น บรรลุเป้าหมายความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความผิดพลาดที่สิ้นเปลืองในภายหลัง
- ที่ตั้งและการขนส่ง (Location and Transportation) เกณฑ์นี้เน้นทำเลที่ตั้งของโครงการให้ใกล้กับระบบขนส่งสาธารณะเพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล พร้อมสนับสนุนการออกแบบพื้นที่ที่เอื้อต่อการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ที่จอดจักรยาน หรือสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อช่วยลดมลพิษจากการเดินทางและส่งเสริมสุขภาพให้แก่ผู้ใช้งาน
- สถานที่ตั้งเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Sites) เน้นการออกแบบพื้นที่รอบอาคารให้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน้อยที่สุด ผ่านการจัดการน้ำฝนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดปัญหาน้ำท่วม ลดปรากฏการณ์เกาะความร้อน (Heat Island Effect) ด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวหรือใช้วัสดุสะท้อนความร้อน และลดมลพิษทางแสงที่รบกวนต่อสภาพแวดล้อมจากการก่อสร้างอาคาร
- การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ (Water Efficiency) เน้นการลดใช้น้ำสะอาดให้มากที่สุดทั้งภายในและภายนอกอาคาร ผ่านการใช้อุปกรณ์และสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ ติดตั้งระบบวัดการใช้น้ำ รวมถึงการออกแบบภูมิทัศน์ด้วยพืชท้องถิ่นทนแล้ง และใช้ระบบชลประทานอัจฉริยะหรือน้ำรีไซเคิล
- การใช้พลังงานและบรรยากาศโดยรวม (Energy & Atmosphere) เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของมาตรฐานออฟฟิศ LEED Gold ที่เน้นการลดการใช้พลังงานของอาคารให้มากที่สุด ผ่านการออกแบบองค์ประกอบภายนอกอาคารที่มีประสิทธิภาพ ใช้ระบบปรับอากาศและแสงสว่างประหยัดพลังงาน ติดตั้งระบบตรวจวัดการใช้พลังงาน และส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนเช่นพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- วัสดุและทรัพยากร (Materials & Resources) มาตรฐานออฟฟิศ LEED Certified จะพิจารณาการเลือกใช้วัสดุและทรัพยากรในการก่อสร้างตั้งแต่แหล่งที่มาจนถึงการจัดการเมื่อสิ้นสุดการใช้งาน ส่งเสริมการใช้วัสดุรีไซเคิล วัสดุท้องถิ่นเพื่อลดพลังงานในการขนส่ง และวัสดุที่มาจากแหล่งยั่งยืน พร้อมให้คะแนนกับอาคารที่มีการจัดการขยะจากการก่อสร้างอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดปริมาณขยะที่ส่งฝังกลบ
- มาตรฐานสิ่งแวดล้อมภายในอาคาร (Indoor Environmental Quality) คุณภาพของสภาพแวดล้อมภายในอาคารส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและประสิทธิภาพของพนักงาน เกณฑ์นี้จึงประเมินปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน เช่น การรักษาระดับคุณภาพอากาศภายในอาคารให้ดี โดยการเลือกใช้วัสดุที่มีสารระเหยอินทรีย์ต่ำ (Low VOCs) การออกแบบให้มีแสงธรรมชาติเข้าถึงพื้นที่ทำงานอย่างเพียงพอ และการควบคุมอุณหภูมิความชื้นให้เหมาะสม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำ
ระบบการให้คะแนนและระดับการรับรองมาตรฐานออฟฟิศ LEED Certification เต็มกี่คะแนน มีการแบ่งระดับอย่างไร?
ระบบการให้คะแนนของ LEED จะคำนวณจากคะแนนที่ได้ในแต่ละหมวด จากเกณฑ์ประเมิน LEED Green Building Rating System (V.5) ทั้ง 7 ข้อข้างต้น รวมกับคะแนนพิเศษในด้านนวัตกรรม (Innovation) และลำดับความสำคัญของภูมิภาค (Regional Priority) โดยมีคะแนนเต็มรวม 110 คะแนน อาคารจะได้รับการรับรองในระดับต่าง ๆ ตามช่วงคะแนนที่ทำได้ ดังนี้
- Certified (ผ่านการรับรอง): 40-49 คะแนน
- Silver: 50-59 คะแนน
- Gold: 60-79 คะแนน (ระดับที่บ่งบอกถึงความเป็นเลิศ เช่น ออฟฟิศ LEED Gold)
- Platinum: 80+ คะแนน (ระดับสูงสุด)
วิธีเลือกออฟฟิศให้ได้มาตรฐาน LEED Certification มีอะไรบ้างที่ผู้เช่าต้องรู้?
สำหรับบริษัทที่ต้องการเช่าออฟฟิศมาตรฐาน LEED Certified ควรเริ่มจากการตรวจสอบระดับการรับรองของอาคาร รวมถึงปัจจัยด้านพลังงาน แสงสว่าง และคุณภาพอากาศ เพื่อให้มั่นใจว่าออฟฟิศที่เลือกตอบโจทย์ทั้งธุรกิจและสิ่งแวดล้อม ดังนี้
- ควรเริ่มต้นจากการสอบถามข้อมูลโดยตรงกับผู้บริหารอาคารเกี่ยวกับระดับการรับรองที่ได้รับ
- สังเกตหาป้ายประกาศหรือสัญลักษณ์ LEED ที่ติดตั้งไว้ในบริเวณล็อบบี้
- สามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากฐานข้อมูลออนไลน์ของ USGBC เพื่อยืนยันสถานะการรับรอง
- ควรสอบถามถึงคุณสมบัติเด่นของอาคารที่เกี่ยวข้องกับเกณฑ์ LEED เช่น ระบบกรองอากาศ การจัดการพลังงาน และนโยบายส่งเสริมความยั่งยืนต่าง ๆ ของอาคาร
ตัวอย่างอาคารที่ได้มาตรฐาน LEED Certification
ในประเทศไทยมีอาคารสำนักงานชั้นนำหลายแห่ง ที่ให้ความสำคัญและได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED ซึ่งสะท้อนถึงการเป็นผู้นำด้านอาคารสีเขียว สำหรับอาคารสำนักงานที่ได้การรับรองมาตรฐาน LEED Certification ที่ JLL ผู้บริการอสังหาริมทรัพย์ได้ดูแลอยู่นั้นมีด้วยกันหลายอาคาร ดังนี้
- สยามปทุมวันเฮาส์ ได้การรับรองมาตรฐาน LEED
- เซ็นทรัล พาร์ค ออฟฟิศเซสได้ใบรับรองมาตรฐานออฟฟิศ LEED Gold
- อาคารรสา ทู ได้การรับรองมาตรฐานออฟฟิศ LEED Gold
- อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก ได้การรับรองมาตรฐานออฟฟิศ LEED Gold
- อาคารเอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ ได้มาตรฐานออฟฟิศ LEED Gold
- อาคารเอไอเอ สาทร ทาวเวอร์ อาคารสำนักงานให้ได้มาตรฐานออฟฟิศ LEED Gold
มาตรฐาน LEED Certification ไม่ใช่แค่ใบรับรอง แต่เป็นมาตรฐานที่สร้างอาคารยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การเลือกออฟฟิศมาตรฐาน LEED โดยเฉพาะมาตรฐานออฟฟิศ LEED Gold คือการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ให้ประโยชน์รอบด้าน ทั้งลดต้นทุนพลังงาน สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพและเพิ่มประสิทธิภาพพนักงาน และยกระดับภาพลักษณ์องค์กรในฐานะผู้นำด้านความยั่งยืน
สำหรับองค์ใดที่กำลังมองหาอาคารสำนักงานให้เช่า หรือออฟฟิศให้เช่าที่ได้มาตรฐาน LEED Certified ให้ JLL Thailand เป็นตัวแทนของคุณในการค้นหาพื้นที่ออฟฟิศ อาคารสำนักงานให้เช่าที่ตรงตามเกณฑ์มาตรฐาน LEED และความต้องการของคุณ ไม่ว่าจะเป็นขนาดหรือทำเลที่ตั้ง เรามีตัวเลือกที่หลากหลาย เพื่อให้คุณได้พื้นที่ทำงานที่เหมาะสมที่สุด หากสนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ property.jll หรือ โทร +6626246471

