การตั้งชื่อแบรนด์ที่ดีส่งผลต่อการสร้างการจดจำแบรนด์ (Brand Recall) ได้สูงถึง 80% เนื่องจากการรับรู้ของผู้คนมักจะยึดโยงกับคำที่คุ้นเคย อ่านง่าย และสื่อความหมายในเชิงบวก การเลือกชื่อที่ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามทางภาษา แต่เป็นกลยุทธ์การตลาดในการสร้างความน่าเชื่อถือ และความแตกต่าง ยิ่งได้ชื่อบริษัทมงคลก็จะยิ่งช่วยให้รู้สึกอุ่นใจ ไปดูกันว่าตัวอย่างชื่อบริษัทมงคลมีอะไรบ้าง และมีเทคนิคการตั้งอย่างไรให้เฮง ๆ ปัง ๆ
ทำไมต้องตั้งชื่อบริษัทมงคล?
การเลือกใช้ชื่อบริษัทมงคล ในทางจิตวิทยาจะช่วยทำให้ผู้ประกอบการรู้สึกอุ่นใจ เสริมสร้างความมั่นใจที่ช่วยหนุนดวงธุรกิจให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ตามความเชื่อพลังงานของตัวอักษรจะช่วยดึงดูดโชคลาภ โอกาสทางการค้า และพันธมิตรที่ดีเข้ามาสู่องค์กรด้วย นอกจากมิติความเป็นสิริมงคลแล้ว ชื่อบริษัทที่ดียังส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจ เพราะชื่อที่มีคำสำคัญเกี่ยวข้องกับธุรกิจจะช่วยให้ลูกค้าค้นหาบริษัทเราเจอได้ง่ายกว่า รวมถึงยังส่งผลต่อการพิจารณาของนักลงทุนที่มักให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในระยะยาว

7 เทคนิคตั้งชื่อบริษัทมงคลให้ทั้งเฮงและดูโปร
ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกชื่อบริษัทต้องเรียนรู้โครงสร้างและศาสตร์ในการผสมผสานคำ เพื่อให้ได้ชื่อที่ทรงพลังทั้งในแง่ของความเป็นสิริมงคลและมีความเป็นมืออาชีพ โดยมี 7 เทคนิคสำคัญดังนี้
1. ใช้คำมงคลที่สื่อถึงความเจริญรุ่งเรือง
การคัดสรรคำที่มีความหมายเชิงบวกมาประกอบในชื่อ ช่วยเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลดึงดูดพลังงานที่ดีเข้ามาสู่สถานประกอบการ ช่วยสร้างความรู้สึกเชื่อมั่นให้แก่ผู้ร่วมทุน และกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทันทีที่ได้ยิน
ตัวอย่างคำมงคลที่นิยมนำมาใช้ เช่น "ศิริ" (สิริมงคล) "วัฒน์ หรือวัฒนา" (เจริญรุ่งเรือง) "สมบูรณ์" (บริบูรณ์ครบถ้วน) "ชัย" (ชัยชนะ) "พิบูลย์" (อุดมสมบูรณ์) และ "สถาพร" (ยืนยงมั่นคง) เป็นต้น
2. ตั้งชื่อตามหลักนวนามศาสตร์ + เลขศาสตร์
ศาสตร์แห่งการคำนวณตัวอักษรและตัวเลขคือการแปลงค่าพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ออกเป็นตัวเลขตามหลักเลขศาสตร์ แล้วนำผลรวมทั้งหมดมารวมกันให้ได้ถอดรหัสออกมาเป็นตัวเลขมงคล เพื่อเสริมดวงชะตาร้านค้าให้มีความมั่นคงทางการเงินและไร้อุปสรรค
ตัวเลขมงคลที่นิยมใช้ในการตั้งชื่อบริษัท ได้แก่ เลข 1 (ความเป็นผู้นำ) เลข 6 (ความก้าวหน้าและโชคลาภ) เลข 8 (ความร่ำรวย) และเลข 9 (ความสำเร็จสูงสุด) เป็นต้น
3. ใช้อักษรมงคลตามวันเกิดของเจ้าของ + หลีกเลี่ยงอักษรกาลกิณี
การอิงหลักโหราศาสตร์ไทยด้วยการนำอักษรวรรคเดช ศรี หรือมนตรี ตามวันเกิดของผู้ก่อตั้งหลักมาใช้ในชื่อบริษัท จะช่วยเสริมบารมีและอำนาจในการบริหารจัดการ และควรหลีกเลี่ยงกลุ่มตัวอักษรที่เป็นกาลกิณี เพราะเชื่อว่าจะนำพาความติดขัด และความขัดแย้งมาสู่ภายในองค์กร
4. ตั้งให้สั้น กระชับ จดจำง่าย ออกเสียงชัด
ชื่อที่ยาว ซับซ้อนจะเป็นอุปสรรคในการสื่อสาร ไม่ทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำ การกำหนดให้ชื่อมีความยาวอยู่ระหว่าง 2-3 พยางค์ ออกเสียงง่าย สะกดสะดวก ไม่กำกวม จะช่วยทำให้เกิด Brand Recall
5. ตั้งชื่อให้สอดคล้องกับประเภทธุรกิจ + ใช้ชื่อกว้างเผื่อขยายกิจการ
ชื่อแบรนด์ที่ดีควรสะท้อนลักษณะการดำเนินงานหรือประเภทสินค้าเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเข้าใจได้ทันทีว่าเป็นธุรกิจประเภทใด แต่ต้องไม่ตีกรอบจำกัดประเภทสินค้าจนเกินไป เผื่อรองรับการขยายไลน์สินค้าหรือบริการใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
6. หลีกเลี่ยงการใช้ชื่อ-นามสกุลตัวเอง + คำที่มีความหมายไม่ดี
การนำชื่อหรือนามสกุลจริงของตนเองมาตั้งเป็นชื่อองค์กรอาจทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์ดูเป็นธุรกิจครอบครัวขนาดเล็ก ซึ่งอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือในการติดต่องานระดับสากล หรือการดึงดูดนักลงทุนรายใหญ่
นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงคำที่มีความหมายในเชิงลบ คำที่ฟังดูคล้ายกับคำอัปมงคลในภาษาไทยหรือภาษาต่างประเทศ และคำที่อาจถูกนำไปล้อเลียนได้ง่าย เพราะอาจสร้างภาพจำที่ไม่พึงประสงค์ให้กับแบรนด์ในระยะยาว
7. ตรวจสอบชื่อให้ตรงตามเงื่อนไขกรมพัฒนาธุรกิจการค้า + จองโดเมน และโซเชียล
ก่อนนำชื่อไปใช้งาน ต้องทำการตรวจสอบกฎระเบียบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ว่าไม่ขัดต่อกฎหมายและไม่ซ้ำซ้อนกับผู้ประกอบการรายอื่น พร้อมทั้งตรวจสอบ Domain Name และบัญชีผู้ใช้บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการทำตลาดออนไลน์
รวมคำมงคลทั้ง 3 ภาษา สำหรับตั้งชื่อบริษัทมงคล มีอะไรบ้าง?
การตั้งชื่อด้วยภาษาที่หลากหลายจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและเพิ่มความอินเตอร์ให้กับองค์กร คำมงคลจาก 3 ภาษาหลักที่มีความหมายลึกซึ้งและเป็นที่นิยมในการทำธุรกิจ มีดังนี้
1. คำมงคลภาษาไทย
ภาษาไทยมีคำที่มีรากศัพท์มาจากบาลีและสันสกฤตที่มีความไพเราะและเปี่ยมด้วยพลังความหมายอันเป็นสิริมงคล การเลือกใช้คำที่สื่อถึงทรัพย์สิน เงินทอง ความยิ่งใหญ่ และความยั่งยืน จะช่วยสร้างความรู้สึกอ่อนน้อมแต่แฝงด้วยความมั่นคง น่าเชื่อถือขององค์กร
2. คำมงคลภาษาอังกฤษ
การเลือกใช้ภาษาอังกฤษช่วยให้การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าระดับสากล โดยเลือกคำมงคลสากลที่สื่อถึงการเติบโต ความเป็นเลิศ และความมั่งคั่ง แสดงถึงความเป็นมืออาชีพ ล้ำสมัย
3. คำมงคลภาษาจีน
สำหรับผู้ประกอบการสายค้าขายหรือมีคู่ค้าเป็นชาวไทยเชื้อสายจีน การเลือกคำมงคลภาษาจีนที่มีเสียงพ้องกับความโชคดีและความราบรื่นจะช่วยเสริมฮวงจุ้ย และสร้างความประทับใจ โดยเน้นคำที่สื่อถึงความเจริญงอกงาม เงินทองไหลมาเทมา และความสมัครสมานสามัคคี
4. ตัวอย่างชื่อบริษัทที่ผสมหลักมงคล
การนำคำมงคลจากต่างภาษามาผสานรวมกันอย่างลงตัว ถือเป็นศิลปะในการสร้างสรรค์ชื่อแบรนด์ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การผสมผสานคำช่วยให้เกิดชื่อใหม่ที่ฟังดูทันสมัย แปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร แต่ยังคงสื่อถึงความสำเร็จ และความเป็นสิริมงคลตามศาสตร์โบราณ

ตัวอย่างชื่อบริษัทมงคลแยกตามประเภทธุรกิจ มีอะไรบ้าง?
ตัวอย่างชื่อบริษัทมงคลเหล่านี้ล้วนเป็นชื่อที่ความหมายดี เหมาะสมกับกลุ่มอุตสาหกรรมแต่ละประเภท ซึ่งผสมผสานระหว่างความเฮง และภาพลักษณ์ระดับมืออาชีพ
- ธุรกิจค้าขาย
- ทรัพย์ไพศาล สื่อถึงความมั่งคั่งและเงินทองที่แผ่ขยายกว้างไกล
- ฟู่จิน ภาษาจีนสื่อความหมายถึง ความร่ำรวยที่เต็มไปด้วยทองคำ
- Prosper Trade สื่อถึงการเจรจาค้าขายที่มีแต่ความเจริญรุ่งเรืองและงอกเงย
- ธุรกิจบริการ
- สมบูรณ์สุข มอบความสุขและความพึงพอใจที่บริบูรณ์แก่ผู้รับบริการ
- Alinda Care สื่อถึงความงดงาม สื่อถึงการบริการที่ประณีตงดงาม
- ถาวร โลจิสติกส์สื่อถึงความมั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืนในการส่งมอบบริการ
- ธุรกิจเทคโนโลยี
- ก้าวหน้า เทค สื่อถึงการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่งและความล้ำสมัย
- Enrich Digital การทำให้สมบูรณ์และงดงามด้วยระบบดิจิทัลและนวัตกรรม
- Ideal Solution โซลูชันในอุดมคติที่ตอบโจทย์ความสำเร็จอย่างแม่นยำ
- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
- สถาพร พร็อพเพอร์ตี้ สื่อถึงความยืนยง คงทน และความมั่งคั่งที่ถาวร
- Grand Asset สินทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ เปี่ยมด้วยบารมีและความน่าเชื่อถือ
- ศิริแลนด์ ดินแดนแห่งความเป็นสิริมงคล โชคลาภ และความร่มเย็น
- ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
- ดีลิช คิทเช่น (Delish Kitchen) สื่อถึงความอร่อยและน่าดึงดูดใจ
- พิบูลย์ฟู้ด สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของอาหารและการกินดีอยู่ดี
- เฮงเฮง คาเฟ่ ความเจริญรุ่งเรืองทางธุรกิจที่มีลูกค้าเนืองแน่น
ตั้งชื่อบริษัทมงคลตามวันเกิดและปีนักษัตรของเจ้าของ
ตารางด้านล่างนี้รวบรวมกลุ่มอักษรมงคล และอักษรกาลกิณีตามวันเกิด เพื่อใช้เป็นแนวทางในการคัดเลือกตัวอักษรนำของชื่อบริษัท
| วันเกิดเจ้าของ | อักษรเสริมสุขภาพ | อักษรเสริมเกียรติยศ | อักษรเสริมทรัพย์สิน | อักษรกาลกิณีที่ต้องเลี่ยง | สีมงคลเสริมธุรกิจ |
|---|---|---|---|---|---|
| วันอาทิตย์ | ก, ข, ค, ฆ, ง | จ, ฉ, ช, ซ, ฌ, ญ | ฎ, ฏ, ฐ, ฑ, ฒ, ณ | ศ, ษ, ส, ห, ฬ, ฮ | แดง, เขียว |
| วันจันทร์ | จ, ฉ, ช, ซ, ฌ, ญ | ฎ, ฏ, ฐ, ฑ, ฒ, ณ | ด, ต, ถ, ท, ธ, น | อ และสระทั้งหมด | เขียว, ดำ, ม่วง |
| วันอังคาร | ฎ, ฏ, ฐ, ฑ, ฒ, ณ | ด, ต, ถ, ท, ธ, น | บ, ป, ผ, ฝ, พ, ฟ, ม | ก, ข, ค, ฆ, ง | ดำ, ม่วง, ส้ม |
| วันพุธ (กลางวัน) | ด, ต, ถ, ท, ธ, น | บ, ป, ผ, ฝ, พ, ฟ, ม | ย, ร, ล, ว | จ, ฉ, ช, ซ, ฌ, ญ | ส้ม, ทอง, เขียว |
| วันพุธ (กลางคืน) | ศ, ษ, ส, ห, ฬ | อ และสระทั้งหมด | ก, ข, ค, ฆ, ง | บ, ป, ผ, ฝ, พ, ฟ, ภ, ม | แดง, ขาว, เทา |
| วันพฤหัสบดี | ย, ร, ล, ว | ศ, ษ, ส, ห, ฬ | อ และสระทั้งหมด | ด, ต, ถ, ท, ธ, น | ส้ม, ทอง, ฟ้า |
| วันศุกร์ | อ และสระทั้งหมด | ก, ข, ค, ฆ, ง | จ, ฉ, ช, ซ, ฌ, ญ | ย, ร, ล, ว | ฟ้า, น้ำเงิน, ชมพู |
| วันเสาร์ | บ, ป, ผ, ฝ, พ, ฟ, ม | ย, ร, ล, ว | ศ, ษ, ส, ห, ฬ | ฎ, ฏ, ฐ, ฑ, ฒ, ณ | ดำ, ม่วง, แดง |
ตั้งชื่อบริษัทแล้ว ต้องทำอะไรต่อ? เตรียมตัวจดทะเบียนบริษัท
เมื่อได้ชื่อบริษัทมงคลที่พึงพอใจ และผ่านการคำนวณตามหลักศาสตร์ต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการเตรียมความพร้อมด้านเอกสารเพื่อจดทะเบียนนิติบุคคลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องพิจารณาคือรูปแบบองค์กรที่เหมาะสมกับโครงสร้างธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งในรูปแบบห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด ซึ่งมีข้อกฎหมาย และความรับผิดชอบที่แตกต่างกันออกไป
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการจดทะเบียนบริษัทจำกัด ได้แก่
- หนังสือบริคณห์สนธิ (Memorandum of Association) ระบุวัตถุประสงค์ และรายละเอียดของบริษัท
- สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการทุกคน พร้อมลายมือชื่อรับรองสำเนา
- หลักฐานที่ตั้งสำนักงาน เช่น สัญญาเช่า หรือโฉนดที่ดิน หรือทะเบียนบ้าน
- แผนที่ตั้งสำนักงานพร้อมรูปถ่ายสถานที่จริง
- ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด (ปัจจุบันบริษัทจำกัดไม่มีทุนขั้นต่ำ แต่ควรพิจารณาตามความเหมาะสมของธุรกิจ)

ตรวจสอบชื่อบริษัทออนไลน์ ขั้นตอนทำอย่างไร?
- เข้าใช้งานระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) สมัครสมาชิกและเข้าสู่ระบบการจองชื่อนิติบุคคลผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ เพื่อดำเนินการเช็กความซ้ำซ้อนของชื่อ
- กรอกชื่อที่ต้องการตรวจสอบ ระบบจะให้ระบุชื่อที่ต้องการจองเรียงตามลำดับความต้องการ โดยต้องพิมพ์ให้ถูกต้องตามอักขระและไม่มีคำต้องห้ามตามกฎหมาย
- รอผลการอนุมัติจากนายทะเบียน ปกติจะใช้เวลาพิจารณาภายใน 1-2 วันทำการ เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว ชื่อดังกล่าวจะถูกคุ้มครองไว้ให้เราดำเนินการจดทะเบียนภายในเวลาที่กำหนด
- ตรวจสอบชื่อโดเมนและบัญชีโซเชียลมีเดียพร้อมกัน ในระหว่างที่รอผลจาก DBD ให้เข้าไปที่เว็บไซต์ผู้ให้บริการจดโดเมนและลองค้นหาชื่อบน Facebook, Instagram, TikTok ว่ายังไม่มีผู้ใดนำไปใช้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาลิขสิทธิ์ในภายหลัง
ชื่อบริษัทมงคลที่ดีต้องมีความเป็นมงคล สั้นกระชับ อ่านง่ายเข้ากับหลักการตลาดสมัยใหม่ และดูเป็นมืออาชีพ เพื่อให้ชื่อแบรนด์เป็นที่จดจำ การสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จและยั่งยืนสะท้อนความเป็นมืออาชีพ เพื่อสร้างความประทับใจแรกให้แก่ลูกค้าและพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ
เมื่อมีชื่อที่เป็นสิริมงคลพร้อมโครงสร้างทางกฎหมายแล้ว การมีทำเลที่ตั้งออฟฟิศที่เหมาะสมก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเสริมฮวงจุ้ยและภาพลักษณ์ที่มั่นคง สำหรับใครที่กำลังหาอาคารสำนักงานให้เช่า รวมถึงออฟฟิศที่ตอบโจทย์ทุกขนาดธุรกิจได้ที่ JLL ประเทศไทย ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ระดับโลก ที่พร้อมมอบโซลูชันและการบริการระดับมืออาชีพเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจของเราให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ติดต่อเราเพื่อข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02 624 6471
Reference:



