ต้นไม้ฟอกอากาศในออฟฟิศ ช่วยสร้างบรรยากาศสดชื่น

แนะนำ 10 ต้นไม้ฟอกอากาศในออฟฟิศ ปลูกง่าย ตัวช่วยให้อากาศบริสุทธิ์

พนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง นั่งทำงานอยู่ภายในห้องปรับอากาศที่ปิดมิดชิด ซึ่งลักษณะการนั่งทำงานในห้องนาน ๆ อาจมีภัยเงียบจาก Indoor Air Pollution หรือมลพิษทางอากาศภายในอาคารซ่อนอยู่ เนื่องจากไม่มีการหมุนเวียนของอากาศ สารเคมีจากสีทาผนัง ไม้อัดจากเฟอร์นิเจอร์ เครื่องพิมพ์เอกสาร หรือแม้แต่ไรฝุ่น ล้วนเป็นสาเหตุของอาการเหนื่อยล้า ปวดหัว และง่วงนอนตลอดเวลา การมีต้นไม้ฟอกอากาศในออฟฟิศ จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยทำให้อากาศบริสุทธิ์ และสร้างบรรยากาศที่สดชื่นให้กลับมาอีกครั้ง

ทำไมต้องมีต้นไม้ในออฟฟิศ

ทำไมต้องมีต้นไม้ในออฟฟิศ? เปิดศาสตร์ Biophilic Design ที่ออฟฟิศชั้นนำใช้กัน

การทำงานในตึกสูงที่ล้อมรอบด้วยคอนกรีตและกระจก ทำให้เราห่างเหินจากธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว ทำให้องค์กรชั้นนำระดับโลกหลายแห่งจึงได้นำแนวคิด "Biophilic Design" หรือการออกแบบที่ผสานองค์ประกอบของธรรมชาติเข้ากับพื้นที่สถาปัตยกรรม และการตกแต่งภายในมาใช้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้รู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติอีกครั้ง การจัดวางต้นไม้ในออฟฟิศไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสวยงาม แต่ยังกระตุ้นพลังงานบวก และช่วยให้สายตาได้พักผ่อนจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานอีกด้วย

ผลวิจัย NASA ที่ยืนยันต้นไม้ฟอกอากาศ

องค์การนาซา (NASA) ได้ทำการศึกษา Clean Air Study และค้นพบว่าต้นไม้หลายชนิดมีประสิทธิภาพสูงในการดูดซับสารพิษอันตรายในอาคาร เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซีน และแอมโมเนีย โดยเปลี่ยนมลพิษเหล่านั้นให้เป็นสารอาหารของพืช และปล่อยออกซิเจนบริสุทธิ์กลับคืนมา ช่วยให้อากาศภายในห้องปิดสะอาดขึ้น

ต้นไม้ฟอกอากาศในออฟฟิศมีต้นอะไรบ้าง

10 ต้นไม้ฟอกอากาศในออฟฟิศ ปลูกง่าย-ดูแลง่ายมีอะไรบ้าง?

สำหรับใครที่กำลังมองหาต้นไม้สำหรับตกแต่งห้องทำงาน แต่กังวลเรื่องการดูแลรักษา ต่อไปนี้คือ 10 ต้นไม้ฟอกอากาศในออฟฟิศที่คัดมาแล้วว่าอึด ทนทาน เหมาะกับสภาพแวดล้อมในห้องแอร์ และไม่ต้องใช้เวลาในการดูแลมากนัก

1. ต้นลิ้นมังกร

ต้นลิ้นมังกรพืชอวบน้ำที่มีความทนทานสูง มีเอกลักษณ์ที่ใบเรียวยาว ปลายแหลม คล้ายลิ้น มียอดใบตั้งตรง แข็งแรง เป็นพืชในกลุ่ม CAM Plant ที่ช่วยดูดซับสารเคมีในอากาศได้ดีเยี่ยม และช่วยปล่อยออกซิเจนในเวลากลางคืน เหมาะกับมุมห้องหรือข้างโต๊ะทำงาน

  • จุดเด่น: ปล่อยออกซิเจนตอนกลางคืน ดูดสารพิษฟอร์มัลดีไฮด์ และเบนซีนได้ดี ทนสภาพอับแสงได้นาน
  • การดูแล: รดน้ำสัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้ง หรือเมื่อหน้าดินแห้งสนิท ชอบแสงแดดรำไรถึงแดดปานกลาง วางริมหน้าต่างจะโตดี
  • ความหมายทางฮวงจุ้ย: ช่วยป้องกันสิ่งอัปมงคล ขจัดปัดเป่าพลังงานลบไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ทำงาน
  • ราคาโดยประมาณ: 150 - 450 บาท (ขึ้นอยู่กับขนาดของกระถาง และสายพันธุ์)

2. ต้นเดหลี

ต้นเดหลีเป็นไม้ประดับ พุ่มเตี้ย ๆ ที่มีใบสีเขียวเข้มมันวาว ตัดกับดอกสีขาวนวล ดูสวยงามสบายตา มีคุณสมบัติพิเศษในการคายความชื้นสูง ช่วยปรับสภาพอากาศในห้องแอร์ที่มักจะแห้งให้มีความชุ่มชื้นพอเหมาะ ลดอาการผิวแห้งระคายเคือง

  • จุดเด่น: คายความชื้นได้มาก ดูดซับแอมโมเนีย เบนซีน และฟอร์มาลดีไฮด์ กรองเชื้อโรคในอากาศได้ดี
  • การดูแล: รดน้ำสัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้ง ชอบดินชื้นปานกลางแต่ไม่แฉะ ต้องการแสงแดดรำไร ไม่ควรโดนแดดจัด
  • ความหมายทางฮวงจุ้ย: ปัดเป่าความโชคร้าย และส่งเสริมให้อายุยืนยาว
  • ราคาโดยประมาณ: 100 - 300 บาท

3. ต้นมอนสเตอร่า

ต้นมอนสเตอร่า เป็นไม้เลื้อยเขตร้อนที่ถูกยกให้เป็นราชินีแห่งไม้ใบ ด้วยรูปทรงของใบที่มีลักษณะใบขนาดใหญ่ที่มีรอยฉีกขาดเป็นแฉกสวยงามตามธรรมชาติ เป็นต้นไม้ในออฟฟิศที่ช่วยเพิ่มความหรูหราและสไตล์โมเดิร์น ทนทานต่อโรคและแมลงได้ดีมาก

  • จุดเด่น: ใบมีลวดลายเป็นแฉกสวยงาม สามารถดักจับฝุ่นละออง และสารฟอร์มาลดีไฮด์ได้ดี
  • การดูแล: รดน้ำสัปดาห์ละ 2 - 3 วัน อย่าปล่อยให้หน้าดินแฉะ ชอบแสงแดดรำไร ควรเช็ดใบให้มันเงาเสมอ
  • ความหมายทางฮวงจุ้ย: เสริมความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ความมั่นคง และความรุ่งเรือง
  • ราคาโดยประมาณ: 250 - 800 บาท (ราคาปรับสูงขึ้นตามขนาด และลายด่าง)

4. ต้นเฟิร์นบอสตัน

เฟิร์นบอสตัน ไม้ใบแขวน หรือตั้งกระถางที่มีลักษณะเป็นพุ่มแน่น ใบเล็ก ๆ เรียงตัวกันบนก้านยาวโค้งงออย่างอ่อนช้อย ช่วยเพิ่มความรู้สึกสดชื่นเหมือนอยู่ท่ามกลางผืนป่าธรรมชาติ สามารถกรองละอองฝุ่นขนาดเล็ก และสารเคมีตกค้างในอากาศได้ดี

  • จุดเด่น: มีคุณสมบัติช่วยดูดซับสารพิษ และสารเคมีระเหย (VOCs) ได้ดี โดยเฉพาะสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) ไซลีน (Xylene) และโทลูอีน (Toluene)
  • การดูแล: ชอบน้ำ และความชื้นสูง แต่ระวังอย่าให้น้ำมากเกินไป เพราะจะทำให้รากเน่าได้ เติบโตได้ดีในมุมที่แสงน้อยหรือแดดรำไร
  • ความหมายทางฮวงจุ้ย: เสริมความร่มเย็นเป็นสุข ความสามัคคี และสร้างความกลมเกลียวในองค์กร
  • ราคาโดยประมาณ: 120 - 350 บาท

5. ต้นซานาดู

ต้นซานาดูเป็นไม้ประดับตระกูลฟิโลเดนดรอน (Philodendron) ที่มีความแข็งแรงทนทาน โดดเด่นด้วยใบสีเขียวสดหยักด้วยฟอร์มที่สวยงามคล้ายปีกนก ก้านใบยาวชูช่อเป็นกอใหญ่ ดูมีพลัง และสง่างาม เหมาะสำหรับจัดวางในมุมรับแขก หรือบริเวณทางเดินในสำนักงาน

  • จุดเด่น: รูปทรงกอสวยงามเด่นชัด ดูดสารพิษในอาคารได้หลากหลายชนิด และช่วยดักจับฝุ่นละออง
  • การดูแล: ควรรดน้ำสัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้ง หรือวันเว้นวัน ชอบแสงแดดรำไรปานกลาง หากได้แสงพอดีใบจะเขียวเข้มสวย
  • ความหมายทางฮวงจุ้ย: เสริมบารมี ความน่าเชื่อถือ และความมั่นคงในตำแหน่งหน้าที่การงาน
  • ราคาโดยประมาณ: 200 - 500 บาท

6. ต้นเสน่ห์จันทร์แดง

ต้นเสน่ห์จันทร์แดง ไม้ใบมงคล และไม้ประดับในเขตร้อนชื้น ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวด้วยรูปทรงใบคล้ายรูปหัวใจ ผิวใบมันวาวสีเขียวเข้ม ตัดกับก้านใบยาวสีแดงเลือดหมู เป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในร่ม ช่วยดึงดูดสายตา และสร้างความน่าสนใจให้กับห้องทำงาน

  • จุดเด่น: ใบรูปหัวใจสีเขียวตัดก้านแดง มีความสามารถเด่นในการดูดซับสารพิษประเภทแอมโมเนีย
  • การดูแล: รดน้ำเมื่อหน้าดินเริ่มแห้ง ให้มีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ แต่ระวังอย่าให้น้ำขัง ชอบแสงแดดรำไรไม่จัด
  • ความหมายทางฮวงจุ้ย: เสริมเมตตามหานิยม ช่วยให้ผู้คนรักใคร่เอ็นดู ค้าขายดี และดึงดูดเสน่ห์
  • ราคาโดยประมาณ: 150 - 400 บาท

7. ต้นพลูด่าง

ต้นพลูด่างไม้เลื้อยที่ได้รับความนิยม เพราะรูปทรงที่สวยงาม และปลูกง่าย สามารถเจริญเติบโตได้ทั้งในดินและในน้ำ มีใบรูปหัวใจสีเขียวสลับลายด่างสีเหลือง หรือขาว ทนทานต่อทุกสภาพอากาศ แม้ขาดการดูแลไปบ้างก็ยังเติบโตได้

  • จุดเด่น: ปลูกในน้ำได้ เลี้ยงง่ายโตไว ช่วยลดปริมาณฝุ่น เชื้อรา และดูดซับแอมโมเนียในอากาศ
  • การดูแล: หากปลูกในดินรดน้ำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง หากปลูกในน้ำให้เปลี่ยนน้ำสัปดาห์ละครั้ง ชอบแดดรำไร
  • ความหมายทางฮวงจุ้ย: ส่งเสริมเรื่องเงินทองไหลมาเทมา การทำงานราบรื่นไม่มีอุปสรรคขัดขวาง
  • ราคาโดยประมาณ: 20 - 100 บาท

8. ต้นเขียวหมื่นปี

ต้นเขียวหมื่นปี หรือที่รู้จักในชื่อแก้วกาญจนา จัดอยู่ในกลุ่มอโกลนีมาเป็นไม้ใบที่มีลวดลายบนแผ่นใบสวยงามแปลกตา มีการสลับสีระหว่างเขียว เทา และขาวอย่างมีเอกลักษณ์ เป็นพืชที่โตช้าแต่มีอายุยืนยาว สมชื่อเขียวหมื่นปี ทนต่อสภาพอากาศแห้งแล้งได้ดี

  • จุดเด่น: ใบมีลวดลายสวยงามหลากหลาย ช่วยดูดซับสารพิษประเภทฟอร์มาลดีไฮด์และสารก่อมะเร็ง
  • การดูแล: รดน้ำสัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้งพอให้หน้าดินชื้น ชอบความชื้นปานกลาง ต้องการแสงแดดรำไรหรือเติบโตในที่ร่มได้
  • ความหมายทางฮวงจุ้ย: เสริมความยั่งยืน ความมั่นคง มั่งคั่ง และบันดาลให้อายุมั่นขวัญยืน
  • ราคาโดยประมาณ: 100 - 350 บาท

9. ต้นตีนตุ๊กแก

ตีนตุ๊กแกเป็นไม้เลื้อยขนาดเล็ก ใบเป็นแฉกคล้ายใบตำลึง นิยมนำมาปลูกในกระถางแขวนให้ก้านใบห้อยระย้าลงมา หรือตั้งบนโต๊ะทำงานเพื่อเพิ่มความสดชื่น เป็นพืชที่ช่วยปรับสภาพอากาศได้ดี และคายความชื้นสู่ห้องแอร์ได้อย่างสม่ำเสมอ

  • จุดเด่น: ลำต้นเลื้อยพันสวยงามเด่นชัด ช่วยกำจัดสารเบนซิน และดักจับเชื้อราที่ลอยอยู่ในอากาศ
  • การดูแล: ชอบดินชื้นแต่ไม่แฉะ รดน้ำวันละ 1 ครั้ง และควรฉีดพ่นละอองน้ำที่ใบ ชอบแสงแดดปานกลาง
  • ความหมายทางฮวงจุ้ย: เสริมความอดทน ความพยายาม ความผูกพัน และความสามัคคีในทีมทำงาน
  • ราคาโดยประมาณ: 80 - 200 บาท

10. ต้นเศรษฐีเรือนใน

ต้นเศรษฐีเรือนใน เป็นไม้กอขนาดเล็กที่มีใบเรียวยาวแหลมคล้ายใบหญ้า โดดเด่นด้วยแถบสีขาวครีมบริเวณกลางใบ ล้อมรอบด้วยขอบใบสีเขียวสด เป็นพืชขนาดกะทัดรัดที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับวางบนโต๊ะทำงาน ช่วยกรองสารก่อภูมิแพ้ได้อย่างดีเยี่ยม

  • จุดเด่น: ขนาดเล็กกะทัดรัด ช่วยกำจัดสารพิษไซลีน สารก่อภูมิแพ้ และเชื้อราในอากาศ เหมาะกับคนที่เป็นภูมิแพ้
  • การดูแล: รดน้ำวันเว้นวันแค่พอชื้น ไม่ชอบน้ำขัง เติบโตได้ดีในแสงแดดรำไร และทนต่อห้องอับแสง
  • ความหมายทางฮวงจุ้ย: ป้องกันภัยอันตราย เสริมโชคลาภ เงินทอง และความมั่งคั่งร่ำรวยแก่ผู้ปลูก
  • ราคาโดยประมาณ: 50 - 150 บาท

แนะนำต้นไม้สำหรับออฟฟิศแสงน้อย และโต๊ะทำงานมีอะไรบ้าง?

การจัดวางสิ่งมีชีวิตสีเขียวในที่ทำงานจำเป็นต้องคำนึงถึงข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ และปริมาณแสงสว่างที่ได้รับ เพื่อให้พืชพรรณเหล่านั้นสามารถเจริญเติบโตได้อย่างสวยงามยาวนานโดยไม่เหี่ยวเฉาไปเสียก่อน

1. สำหรับมุมแสงน้อย (อับแสง)

พื้นที่บริเวณมุมห้อง ทางเดินลึก หรือห้องประชุมที่ไม่มีหน้าต่าง มักจะขาดแคลนแสงธรรมชาติ ต้นไม้ที่เหมาะสมจึงต้องเป็นพันธุ์ที่ทนร่มได้ดี เช่น ต้นลิ้นมังกร ต้นเขียวหมื่นปี หรือต้นปาล์มไผ่ พืชเหล่านี้มีความทน และช่วยกรองอากาศได้ดี

2. สำหรับวางบนโต๊ะทำงาน

โต๊ะทำงานมีพื้นที่จำกัดและมักอยู่ใกล้กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ พืชที่เลือกใช้ควรมีขนาดกะทัดรัด ดูแลรักษาง่าย และช่วยลดความล้าของสายตา เช่น ต้นเศรษฐีเรือนใน พลูด่างในแจกันแก้วขนาดเล็ก กวักมรกตแคระ หรือแคคตัส ซึ่งช่วยเพิ่มความสดชื่นและสร้างสมาธิในการเคลียร์งานได้เป็นอย่างดี

หลักการจัดวางต้นไม้ในออฟฟิศให้สวย และเติบโตได้ดีทำยังไง?

  • จัดวางตามปริมาณแสงที่ได้รับ วางต้นไม้ที่ชอบแสงปานกลางไว้ใกล้ริมหน้าต่าง ส่วนต้นไม้ที่ทนร่มสามารถวางไว้ในมุมอับแสงหรือบนโต๊ะทำงานได้
  • สร้างความสมดุลและความสูงที่แตกต่าง หลีกเลี่ยงการวางต้นไม้ขนาดเท่ากันในระนาบเดียวกัน ควรใช้เทคนิคไล่ระดับ โดยวางต้นไม้ทรงสูงไว้มุมห้อง ต้นไม้พุ่มกลางไว้บนชั้นวาง และไม้เลื้อยขนาดเล็กบนโต๊ะเพื่อสร้างมิติที่สวยงาม
  • เว้นระยะห่างให้ใช้งานพื้นที่ได้สะดวก ไม่จัดวางต้นไม้หนาแน่นจนกีดขวางทางเดินหรือบังหน้าจอคอมพิวเตอร์ ควรจัดวางในจุดพักสายตา เช่น ข้างโซฟารับแขก หรือมุมห้องประชุม เพื่อให้พนักงานมองเห็นได้ง่าย
  • ใช้จานรองกระถางเสมอ ป้องกันน้ำและดินไหลเลอะเทอะพื้นออฟฟิศหรือเอกสารสำคัญ โดยเลือกใช้วัสดุจานรองที่เข้าชุดกับกระถางเพื่อความสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย
การดูแลต้นไม้ในออฟฟิศทำยังไงบ้าง

การดูแล และบำรุงต้นไม้ในออฟฟิศระยะยาวทำยังไง?

การเลี้ยงพืชในระบบปิดจำเป็นต้องมีการควบคุมตารางเวลาอย่างเหมาะสม เนื่องจากสภาพอากาศในห้องแอร์มีความชื้นต่ำ และอุณหภูมิคงที่ ควรจัดตารางการรดน้ำโดยเช็กความแห้งของหน้าดินเป็นหลักสัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้ง บำรุงด้วยปุ๋ยละลายช้าทุก ๆ 2 - 3 เดือนเพื่อป้องกันดินเสื่อมสภาพ สำหรับช่วงเทศกาลวันหยุดยาวที่ไม่มีพนักงานอยู่ออฟฟิศ ควรย้ายกระถางมารวมกันในจุดที่มีแสงสว่างส่องถึง รดน้ำให้ชุ่มก่อนวันหยุด หรือใช้ขวดน้ำปักดินช่วยจ่ายน้ำทีละนิด เพื่อประคับประคองให้ต้นไม้รอดชีวิตจนกว่าจะเปิดทำการ

งบประมาณในการจัดสวนในออฟฟิศประมาณเท่าไหร่?

งบประมาณในการสร้างพื้นที่สีเขียวสามารถยืดหยุ่นได้ตามขนาดองค์กร หากเป็นสไตล์ DIY สำนักงานขนาดเล็กสามารถเลือกซื้อต้นไม้และกระถางมาจัดวางเอง โดยมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นเพียงหลักร้อยถึงหลักพันบาทต่อมุม แต่หากเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการความเนี้ยบตามศาสตร์ Biophilic Design การเลือกใช้บริการ Indoor Plant Service หรือบริษัทรับจัดสวนภายในอาคารจะเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า โดยจะมีค่าบริการรายเดือนเริ่มต้นที่หลักพันกลาง ๆ ไปจนถึงหลักหมื่น ซึ่งรวมค่าออกแบบ จัดวาง และมีทีมงานเข้ามาดูแล ตัดแต่ง ย้ายสลับต้นไม้ให้สดชื่นอยู่เสมอ

ข้อควรหลีกเลี่ยงเมื่อมีต้นไม้ในออฟฟิศ

แม้พืชพรรณจะช่วยฟอกอากาศได้ดี แต่ต้องระวังสายพันธุ์ที่มีพิษ หรือต้นไม้ที่มีหนามแหลมคมซึ่งอาจเกี่ยวเสื้อผ้าพนักงาน หลีกเลี่ยงพืชที่มีกลิ่นหอมแรงเกินไปเพราะอาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้ รวมถึงพืชที่คายน้ำมากเกินไปจนทำให้แอร์ทำงานหนัก สิ่งสำคัญคือห้ามปล่อยให้น้ำขังในจานรองกระถางเด็ดขาด เพราะจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และทำให้เกิดกลิ่นอับรบกวนบรรยากาศในการทำงานได้

การตัดสินใจปลูกต้นไม้ฟอกอากาศในออฟฟิศ นอกจากจะเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ให้บรรยากาศมีความสดชื่น เพิ่มความสวยงามให้ออฟฟิศแล้ว ยังเป็นการลงทุนในทรัพยากรบุคคลที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าในระยะยาว เมื่อสภาพอากาศบริสุทธิ์ขึ้น สมองของคนทำงานจะปลอดโปร่ง ส่งผลให้ Productivity หรือประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มสูงขึ้น และเสริมภาพลักษณ์องค์กรที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะที่ดี

การสร้างบรรยากาศการทำงานที่สมบูรณ์แบบเริ่มต้นจากการเลือกทำเล และตัวอาคารที่ตอบโจทย์ตั้งแต่แรก หากเรากำลังมองหาพื้นที่สำนักงานใหม่ที่ออกแบบมารองรับระบบหมุนเวียนอากาศที่ดี แสงธรรมชาติเข้าถึง และเหมาะกับการจัดวางพื้นที่สีเขียวอย่างลงตัว แนะนำให้เลือกเช่าออฟฟิศกับ JLL ซึ่งเป็นบริษัทตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลก ที่มีอาคารสำนักงานในพอร์ตหลากหลายขนาด พร้อมช่วยจัดหาและให้คำปรึกษาในการเลือกสรรพื้นที่ทำงานที่ตอบรับกับความต้องการขององค์กรยุคใหม่ได้อย่างมืออาชีพ เพื่อก้าวแรกสู่การสร้างสรรค์ออฟฟิศในฝันที่มีชีวิตชีวา และยั่งยืน สำหรับใครที่กำลังมองหาออฟฟิศ สามารถติดต่อ JLL ประเทศไทยเพื่อข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02 624 6471

Reference: