การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS และ MRT เป็นการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องเจอปัญหาการจราจรที่ติดขัด อีกทั้งยังครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ หลายส่วน หลายองค์กรจึงตั้งคำถามว่าควรเลือกออฟฟิศใกล้รถไฟฟ้า ตรงไหนดีเพื่อให้พนักงานเดินทางง่าย ซึ่งการตัดสินใจเลือกทำเลที่ตั้งสำนักงานตามแนวรถไฟฟ้าที่ไหนดีในปัจจุบันไม่ใช่มองแค่เรื่องของราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ และการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวด้วย
ทำไมออฟฟิศใกล้รถไฟฟ้าถึงสำคัญต่อธุรกิจ?
ทำเลที่ตั้งไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่อยู่ของบริษัท แต่คือกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ ออฟฟิศที่ติดแนวรถไฟฟ้ามีผลโดยตรงต่อความสำเร็จขององค์กรใน 5 มิติหลัก ๆ ดังนี้
1. ความสะดวกในการเดินทางสำหรับพนักงาน และลูกค้า
การมีออฟฟิศตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า ช่วยให้พนักงานเดินทางง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องการหาที่จอดรถ หรือเผื่อเวลาสำหรับรถติด นอกจากนี้ลูกค้า หรือพาร์ทเนอร์ที่ต้องเดินทางมาประชุมก็สามารถเข้าถึงสำนักงานของเราได้อย่างสะดวกสบาย สร้างความประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่มาเยือน
2. ประหยัดเวลา และต้นทุนแฝง
เวลาคือทรัพยากรที่มีค่า การลดเวลาเดินทางมาทำงานช่วยเพิ่มชั่วโมงการทำงานที่มีคุณภาพกลับ ช่วยลดความเครียดบนท้องถนน อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนแฝงต่าง ๆ เช่น ค่าทางด่วน ค่าน้ำมัน และช่วยลดความเหนื่อยล้าทางร่างกาย ทำให้พนักงานมีความสุขกับการสร้างสรรค์ผลงานมากขึ้น
3. เสริมภาพลักษณ์องค์กรให้ดูเป็นมืออาชีพ
การเลือกที่ตั้งของออฟฟิศให้อยู่ในทำเลศูนย์กลางธุรกิจที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้า ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ขององค์กรให้ดูมีความน่าเชื่อถือ ทันสมัย และมีมาตรฐานระดับสากล
4. ดึงดูดบุคลากรคุณภาพ
ปัจจุบันพนักงานหันมาให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance บุคลากรที่มีคุณภาพย่อมเลือกองค์กรที่ให้ความสะดวกสบายมากกว่า องค์กรที่ตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางง่าย จึงช่วยเพิ่มโอกาสในการได้พนักงานที่มีคุณภาพ
5. สอดคล้องกับเทรนด์ ESG และ Sustainability
การส่งเสริมให้พนักงานใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทนการขับรถยนต์ส่วนตัว ถือเป็นการสนับสนุนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งตอบรับกับแนวคิด ESG ที่องค์กรยุคใหม่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ

ทำเลออฟฟิศใกล้ BTS หรือ MRT ยอดนิยม ที่ไหนดี?
เมื่อมีคำถามว่าออฟฟิศใกล้รถไฟฟ้า ตรงไหนดี ย่านเศรษฐกิจต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ แต่ละโซนมีความน่าสนใจ แตกต่างกัน ดังนี้
- ย่านสยาม - ชิดลม (BTS สยาม ชิดลม และเพลินจิต)
ทำเลใจกลางเมืองอย่างสยาม และชิดลมถือเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ และธุรกิจระดับพรีเมียม การตั้งสำนักงานในย่านนี้ไม่เพียงช่วยให้เดินทางสะดวกสบายผ่านรถไฟฟ้า BTS สยาม ชิดลม หรือเพลินจิต แต่ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์องค์กรให้ดูหรูหรา และมีความเป็นสากล อีกทั้งยังแวดล้อมไปด้วยศูนย์การค้าชั้นนำ ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะสำหรับแบรนด์แฟชั่น เอเจนซี่โฆษณา หรือธุรกิจที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ และลูกค้ากำลังซื้อสูง
อาคารที่น่าสนใจในย่านนี้ ได้แก่
- The Offices at CentralWorld
- Siam Patumwan House
- One City Centre
- Gaysorn Amarin (Amarin Plaza)
- ย่านอโศก - สุขุมวิท (BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท)
อโศกคือทำเลทองที่เป็นจุดตัดสำคัญระหว่างรถไฟฟ้า BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท ทำให้การเดินทางเชื่อมต่อไปยังโซนอื่น ๆ ของกรุงเทพฯ ได้ง่าย ย่านนี้เต็มไปด้วยความคึกคักของแหล่งธุรกิจ โรงแรมชั้นนำ และพื้นที่ไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์คนทำงานทุกเจเนอเรชัน เหมาะสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องการศูนย์กลางการเดินทางที่สะดวกรวดเร็วที่สุดสำหรับพนักงาน และลูกค้า
อาคารที่น่าสนใจในย่านนี้ ได้แก่
- Serm-mit Tower
- Interchange 21
- Exchange Tower
- Quant - Sukhumvit 25
- ย่านพร้อมพงษ์ - ทองหล่อ (BTS พร้อมพงษ์ และทองหล่อ)
ย่านพร้อมพงษ์ และทองหล่อเป็นทำเลที่มีกลิ่นอายของความเป็นนานาชาติ เป็นแหล่งรวมที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์และคอมมูนิตี้ของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น การมีออฟฟิศใกล้ BTS พร้อมพงษ์หรือทองหล่อจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับบริษัทข้ามชาติ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์พรีเมียม สุขภาพ และความงาม ที่ต้องการเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน
อาคารที่น่าสนใจในย่านนี้ ได้แก่
- T-One
- Emporium Tower
- Bhiraj Tower at EmQuartier
- S METRO Building
- ย่านพระราม 9 (MRT พระราม 9 และศูนย์วัฒนธรรม)
พระราม 9 เป็น New CBD หรือศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดดเด่นด้วยการเชื่อมต่อของรถไฟฟ้า MRT พระราม 9 และศูนย์วัฒนธรรม เป็นแหล่งรวมของกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี สตาร์ทอัพ และบริษัทดิจิทัลรุ่นใหม่ ด้วยราคาค่าเช่าที่ยังเข้าถึงได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับย่าน CBD เดิม แต่ได้สิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยครบครัน ทั้งศูนย์การค้า และที่พักอาศัย ทำให้ย่านนี้มีเสน่ห์ดึงดูดคนทำงานยุคใหม่
อาคารที่น่าสนใจในย่านนี้ ได้แก่
- V-One
- AIA Connect
- The Ninth Tower
- G Tower
- ย่านสีลม - สาทร (BTS ศาลาแดง ช่องนนทรี และ MRT สีลม)
สีลมและสาทรเป็นย่าน CBD ที่มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ เป็นทำเลที่รวบรวมบริษัทการเงิน การธนาคาร สำนักงานกฎหมาย และองค์กรข้ามชาติขนาดใหญ่ การเดินทางเข้าถึงง่ายด้วย BTS ศาลาแดง ช่องนนทรี และ MRT สีลม การมีสำนักงานในย่านนี้แสดงถึงความมั่นคง และความน่าเชื่อถือสูงสุด อีกทั้งยังมีการปรับปรุงอาคารให้ทันสมัยอยู่เสมอ
อาคารที่น่าสนใจในย่านนี้ ได้แก่
- Central Park Offices
- Kronos
- Park Silom
- Sathorn Square
- ย่านพหลโยธิน - จตุจักร (BTS หมอชิต และ MRT สวนจตุจักร)
โซนพหลโยธินและจตุจักรเป็นย่านที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นจุดศูนย์กลางการคมนาคมที่สำคัญทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ มีสถานีเชื่อมต่อสำคัญอย่าง BTS หมอชิต และ MRT จตุจักร ทำให้การเดินทางเข้าออกเมือง หรือไปยังพื้นที่รอบ ๆ กรุงเทพฯ สะดวกสบาย อีกทั้งค่าเช่าในย่านนี้มีความคุ้มค่า เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการพื้นที่กว้างขวางแต่ยังคงใกล้ชิดกับระบบขนส่งสาธารณะหลัก
อาคารที่น่าสนใจในย่านนี้ ได้แก่
- Sun Tower
- BTS Visionary Park
- S OASIS Project
- Lao Peng Nguan Tower 1
- ย่านอ่อนนุช - อุดมสุข (BTS อ่อนนุช บางนา และอุดมสุข)
โซนกรุงเทพฯ ตะวันออกอย่างอ่อนนุช และอุดมสุขกำลังก้าวขึ้นมาเป็นย่านธุรกิจแห่งใหม่ หรือ East Business District ที่ได้รับความสนใจ การมีออฟฟิศใกล้ BTS อ่อนนุช บางนา หรืออุดมสุข ตอบโจทย์ธุรกิจที่ต้องติดต่อประสานงานกับโซนอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก เช่น ชลบุรี และระยอง อีกทั้งค่าเช่าในย่านนี้ยังไม่สูงมาก เหมาะสำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น ทำให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อาคารที่น่าสนใจในย่านนี้ ได้แก่
- อาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท ไบเทค
- อาคาร 66 ทาวเวอร์
- Cloud 11
ตารางเปรียบเทียบราคาเช่าออฟฟิศใกล้รถไฟฟ้าในแต่ละย่าน
| ทำเล / ย่าน | ช่วงราคาเช่า Grade A (บาท/ตร.ม./เดือน) |
ช่วงราคาเช่า Grade B (บาท/ตร.ม./เดือน) |
ราคาเฉลี่ยรวม (บาท/ตร.ม./เดือน) |
|---|---|---|---|
| สยาม - ชิดลม | 1,100 - 1,350 | 750 - 950 | 1,150 |
| อโศก - สุขุมวิท | 900 - 1,250 | 600 - 800 | 920 |
| พร้อมพงษ์ - ทองหล่อ | 1,000 - 1,400 | 700 - 900 | 1,050 |
| พระราม 9 | 800 - 1,000 | 550 - 700 | 780 |
| สีลม - สาทร | 950 - 1,300 | 650 - 850 | 980 |
| พหลโยธิน - จตุจักร | 750 - 900 | 500 - 650 | 680 |
| อ่อนนุช - อุดมสุข | 650 - 850 | 450 - 600 | 620 |
ที่มา: JLL ประเทศไทย

เช็กลิสต์ปัจจัยสำคัญในการเลือกออฟฟิศใกล้รถไฟฟ้า มีอะไรบ้าง?
หากกำลังพิจารณาว่าสำนักงานตามแนวรถไฟฟ้า ที่ไหนดีที่ตอบโจทย์ 6 ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยพิจารณาว่าที่ไหนเหมาะกับองค์กรก่อนตัดสินใจ
1. ระยะเดินจากสถานี
อาคารสำนักงานควรอยู่ในระยะที่สามารถเดินเท้าได้สบาย ๆ ไม่เกิน 5 - 10 นาที หรือประมาณ 300 - 800 เมตร หากไกลกว่านั้นควรมีบริการรถรับส่งเพื่ออำนวยความสะดวก
2. ราคาเช่าเทียบงบประมาณ
ค่าเช่าทำเลติดรถไฟฟ้ามักจะสูงกว่าปกติ จึงต้องคำนวณความคุ้มค่าที่ได้กลับมา ทั้งในแง่ของเวลาที่ประหยัดได้ และโอกาสทางธุรกิจ
3. ขนาด และการจัดวางพื้นที่
พื้นที่ต้องสอดคล้องกับรูปแบบการทำงาน มีขนาดที่พอดี ไม่แออัดหรือโล่งจนเกินไป และรองรับการขยายตัวของทีมในอนาคต
4. สิ่งอำนวยความสะดวกในอาคาร
นอกจากใกล้รถไฟฟ้าแล้ว ควรมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เช่น ระบบรักษาความปลอดภัย ลิฟต์ความเร็วสูง ที่จอดรถเพียงพอ ร้านอาหาร และพื้นที่ส่วนกลาง เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตในทุก ๆ วัน
5. เงื่อนไข และความยืดหยุ่นของสัญญาเช่า
ก่อนเซ็นสัญญาเช่า ควรตรวจสอบระยะเวลาของสัญญา ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง และเงื่อนไขการปรับปรุงพื้นที่ เพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายบานปลาย
6. ระบบเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายอื่น (Interchange Station)
ทำเลที่เป็นจุดตัดระหว่างรถไฟฟ้าหลายสาย จะช่วยเปิดกว้างให้พนักงานจากหลากหลายพื้นที่สามารถเดินทางมาทำงานได้ง่ายขึ้น
ประเภทออฟฟิศใกล้รถไฟฟ้าที่เลือกได้ มีแบบไหนบ้าง?
ออฟฟิศนั้นมีด้วยกันหลัก ๆ 4 ประเภท ซึ่งมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกันออกไป ดังนี้
1. Traditional Office (ออฟฟิศแบบดั้งเดิม)
ออฟฟิศแบบดั้งเดิมคือ รูปแบบการเช่าพื้นที่เปล่า เราจึงสามารถออกแบบ และตกแต่งพื้นที่ภายในได้อย่างอิสระ เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ และวัฒนธรรมขององค์กรได้อย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับบริษัทขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่มีความมั่นคงทางธุรกิจสูง ต้องการความเป็นส่วนตัว และมีแผนการตั้งถิ่นฐานในระยะยาว เนื่องจากต้องมีการลงทุนตกแต่งภายใน การเดินระบบเครือข่าย และการจัดซื้อเฟอร์นิเจอร์สำนักงานเข้ามาเองทั้งหมด
2. Serviced Office (เซอร์วิสออฟฟิศ)
เซอร์วิสออฟฟิศคือ พื้นที่ทำงานที่ตกแต่งเสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าใช้งานได้ทันที ช่วยลดความยุ่งยาก และระยะเวลาในการเตรียมพื้นที่ เนื่องจากผู้ให้บริการได้เตรียมเฟอร์นิเจอร์ ระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง อุปกรณ์สำนักงาน รวมถึงบริการส่วนกลางอย่างพนักงานต้อนรับ และแม่บ้านทำความสะอาดไว้ให้อย่างครบครัน เหมาะสำหรับบริษัทที่ต้องการความคล่องตัวสูง ช่วยประหยัดเวลาและให้เราโฟกัสกับการบริหารจัดการธุรกิจหลักได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
3. Co-working Space
พื้นที่ทำงานร่วมกันหรือ Co-working Space เป็นทางเลือกที่เน้นความยืดหยุ่น และมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ต่ำมาก โดยเน้นการแชร์พื้นที่ส่วนกลางร่วมกับคนทำงานจากหลากหลายองค์กร เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวคิด และสร้างเครือข่ายทางธุรกิจใหม่ ๆ เหมาะสำหรับกลุ่มคนทำงานฟรีแลนซ์ สตาร์ตอัป หรือทีมโปรเจกต์ขนาดเล็กที่ยังไม่ต้องการผูกมัดกับสัญญาเช่าระยะยาว
4. Flex Space ทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ Hybrid Work
Flex Space คือพื้นที่สำนักงานทางเลือกใหม่ที่เข้ามาตอบโจทย์ยุคการทำงานแบบ Hybrid Work ได้อย่างลงตัว โดยเป็นการผสมผสานข้อดีระหว่างความเป็นส่วนตัวของออฟฟิศดั้งเดิม และความยืดหยุ่นของพื้นที่ทำงานร่วมกันเข้าไว้ด้วยกัน เราสามารถปรับลด หรือขยายขนาดพื้นที่ได้อย่างอิสระตามการเติบโตของทีมงาน มาพร้อมกับสัญญาเช่าที่ยืดหยุ่นกว่า ช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินในยุคที่ความไม่แน่นอนสูง เหมาะสำหรับองค์กรยุคใหม่ที่ต้องการพื้นที่ทำงานที่พร้อมปรับตัวตามสถานการณ์
ไม่ว่าคุณจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ บริษัทต่างชาติ หรือสตาร์ตอัปที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ JLL ประเทศไทย พร้อมให้บริการทั้งจัดหาอสังหาริมทรัพย์สำหรับเช่า การซื้อขายที่ดิน พร้อมบริการให้คำปรึกษาอย่างครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการทางธุรกิจ เพราะเรามีออฟฟิศทุกประเภทในพอร์ตโฟลิโอ ช่วยจัดหาออฟฟิศที่ตรงกับความต้องการของคุณได้อย่างลงตัว
JLL ตัวช่วยมืออาชีพในการหาออฟฟิศใกล้รถไฟฟ้าที่ใช่
JLL ประเทศไทย พร้อมช่วยคุณจัดหาออฟฟิศใกล้รถไฟฟ้า ด้วยพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์ที่ครอบคลุมทำเลทองและโซนเศรษฐกิจสำคัญทั่วกรุงเทพฯ ให้คุณเลือกพื้นที่ทำงานที่ใช่ เดินทางสะดวก และตรงใจได้อย่างง่าย
1. ฐานข้อมูลออฟฟิศครบทุกย่าน ใกล้ทุกสถานี
JLL ประเทศไทยมีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์และพื้นที่สำนักงานให้เช่าที่ครอบคลุมทุกทำเลศักยภาพ ไม่ว่าองค์กรต้องการสำนักงานตามแนวรถไฟฟ้า ที่ไหนดี เราสามารถคัดกรองตัวเลือกที่ตรงกับความต้องการได้อย่างแม่นยำ
2. ทีมที่ปรึกษามืออาชีพ เข้าใจธุรกิจหลากหลายอุตสาหกรรม
ด้วยความเชี่ยวชาญ ทีมงานของ JLL ประเทศไทยเข้าใจถึงข้อจำกัด และเป้าหมายของธุรกิจแต่ละประเภท พร้อมให้คำแนะนำเพื่อให้คุณได้พื้นที่ทำงานที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กรมากที่สุด
3. บริการครบวงจร ตั้งแต่ค้นหาจนจัดการอาคาร
JLL ประเทศไทยให้บริการดูแลตั้งแต่ขั้นตอนแรกในการสำรวจพื้นที่ การออกแบบพื้นที่ ไปจนถึงการบริหารจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคาร เพื่อให้เรามั่นใจได้ว่าการทำงานในออฟฟิศใหม่จะราบรื่นที่สุด
4. ประหยัดเวลา และลดความเสี่ยงสัญญา
การจัดการกับข้อบังคับ และเงื่อนไขทางกฎหมายในสัญญาเช่าอาจมีความซับซ้อน JLL ประเทศไทยมีผู้เชี่ยวชาญช่วยเจรจาต่อรองเพื่อให้เราได้รับเงื่อนไขที่ดีที่สุด ช่วยลดความเสี่ยงทางการเงิน และปกป้องผลประโยชน์ขององค์กรอย่างรัดกุม
5. มีตัวเลือกทั้ง Traditional, Flex Space และ Co-working
ไม่ว่าธุรกิจจะต้องการพื้นที่เช่าเปล่าเพื่อสร้างอัตลักษณ์ของตัวเอง หรือต้องการพื้นที่ยืดหยุ่นที่ขยับขยายได้ง่ายตามโปรเจกต์ JLL มีอาคารสำนักงานให้เช่าหลากหลายรูปแบบ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของแต่ละองค์กรได้อย่างลงตัว
แนะนำขั้นตอนหาออฟฟิศกับ JLL
- ปรึกษาทีม JLL พูดคุยเพื่อแจ้งรายละเอียด ความต้องการเบื้องต้น
- กำหนดงบประมาณและความต้องการ ตั้งเป้าหมายเรื่องราคา ขนาดพื้นที่ และรูปแบบการทำงานของทีม
- เลือกทำเลใกล้รถไฟฟ้าที่เหมาะ วิเคราะห์ย่านที่เข้ากับลักษณะธุรกิจ พร้อมเยี่ยมชมพื้นที่จริง
- เจรจาสัญญา เพื่อให้ได้เงื่อนไขที่ดีที่สุด
- เซ็นสัญญาและเข้าใช้พื้นที่ ตรวจสอบความเรียบร้อยทั้งหมดก่อนเริ่มต้นเปิดประตูรับความสำเร็จในบ้านหลังใหม่
การตัดสินใจว่าจะเลือกออฟฟิศใกล้รถไฟฟ้า ตรงไหนดี ต้องพิจารณาจากหลาย ๆ ปัจจัยประกอบกัน เพื่อให้ได้ออฟฟิศที่ตรงตามความต้องการ ลงทุนสร้างความยั่งยืนให้กับอนาคตของธุรกิจ ทำเลติด BTS หรือ MRT ในย่านสำคัญอย่างสยาม อโศก หรือพระราม 9 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทาง การดึงดูดพนักงานที่มีประสิทธิภาพ และการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ
หากคุณกำลังมองหาทำเลศักยภาพ หรือต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยคัดเลือกพื้นที่สำนักงานที่ตอบโจทย์ขนาดและความต้องการที่หลากหลาย JLL ประเทศไทย พร้อมให้คำปรึกษา หาพื้นที่ทำงานที่เหมาะสมของคุณจากหลากหลายตัวเลือกและขนาด และนำเสนอทางเลือกที่ดีที่สุด ติดต่อโทร.02 624 6471
Reference :



