เทรนด์การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบโครงการผสมผสาน ด้วยราคาที่ดินที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการใช้ชีวิตที่เร่งรีบของคนเมือง ทำให้ตัวเลขการเติบโตของโครงการ Mixed Use ก้าวกระโดด บทความนี้จะพาเราไปเจาะลึกว่า ออฟฟิศ Mixed Use คืออะไร? และทำไมการย้ายธุรกิจเข้าสู่ทำเลแบบนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
Mixed-Use คืออะไร?
โครงการ Mixed-Use คือการนำพื้นที่หลากหลายฟังก์ชันมาพัฒนา และรวมไว้ในโครงการเดียวกัน ทั้งที่พักอาศัย ศูนย์การค้า โรงแรม หรืออาคารสำนักงาน ซึ่งแนวคิดนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำกิจกรรมทุกอย่างได้ครบจบในที่เดียว เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองด้วยการลดเวลาการเดินทาง และเพิ่มประสิทธิภาพให้พื้นที่
ทำไม Mixed-Use ถึงเกิดขึ้น
การขยายตัวของเมือง และราคาที่ดินใจกลางย่านธุรกิจที่ปรับตัวสูงขึ้น การพัฒนาที่ดินเพียงจุดประสงค์เดียวอาจไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน นักพัฒนาจึงต้องออกแบบให้พื้นที่เกิดประโยชน์สูงสุดในแนวดิ่ง และตอบสนองพฤติกรรมของคนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายสูงสุด ลดความเครียดจากการเดินทาง และมองหาความสมดุลระหว่างการทำงาน และการใช้ชีวิต
ประวัติ และพัฒนาการของ Mixed-Use ในประเทศไทย
เดิมทีโครงการอสังหาฯ ของไทยมักแยกโซนชัดเจนระหว่างย่านที่อยู่อาศัย และย่านพาณิชยกรรม แต่ในช่วงที่ผ่านมา เมื่อโครงข่ายรถไฟฟ้ามีความครอบคลุมมากขึ้น โครงการมิกซ์ยูสจึงเริ่มถือกำเนิดขึ้นตามแนวสถานีรถไฟฟ้าสายหลัก จากโครงการขนาดเล็กที่รวมแค่คอนโดกับร้านค้า ปัจจุบันได้ถูกยกระดับเป็นเมกะโปรเจกต์ระดับโลกที่พลิกโฉมหน้าตาของกรุงเทพมหานครไปอย่างสิ้นเชิง

ออฟฟิศ Mixed-Use แตกต่างจากออฟฟิศทั่วไปยังไง?
การตั้งสำนักงานในอาคารแบบผสมผสานให้ประสบการณ์ที่เหนือระดับ และแตกต่างจากอาคารเดี่ยว ในหลายมิติ ดังนี้
- ทำเลในย่านธุรกิจชั้นยอด
ออฟฟิศ Mixed Use มักจะตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพของเมือง เช่น สีลม สาทร พระราม 4 หรือสุขุมวิท ทำให้การเดินทางติดต่อธุรกิจเป็นเรื่องที่ง่าย อีกทั้งยังแวดล้อมไปด้วยบริษัทชั้นนำระดับสากล ซึ่งช่วยสร้างความได้เปรียบเชิงพื้นที่ และเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับทั้งพนักงาน และคู่ค้า
- สิ่งอำนวยความสะดวกครบในตึกเดียว
อีกหนึ่งความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือการมี Facility ที่ครบครัน เพียงแค่ก้าวออกจากโซนสำนักงาน เราก็สามารถพบกับร้านอาหารชื่อดัง ซูเปอร์มาร์เก็ต ฟิตเนสเซ็นเตอร์ หรือแม้แต่คลินิกสุขภาพ ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางระหว่างวันของพนักงาน ทำให้สามารถจัดการชีวิตส่วนตัว และการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในสถานที่เดียว
- มาตรฐานการออกแบบ และเทคโนโลยี
ออฟฟิศ Mixed Use คืออาคารยุคใหม่ ที่มักจะมาพร้อมกับเทคโนโลยี Smart Building อย่างระบบไร้สัมผัส ระบบฟอกอากาศคุณภาพสูง และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระดับไฟเบอร์ออฟติก นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางแบบเปิดโล่ง ที่จัดสรรพื้นที่ได้ยืดหยุ่นกว่าอาคารรุ่นเก่า
- ภาพลักษณ์องค์กรระดับพรีเมียม
การเลือกที่อยู่บริษัทในโครงการมิกซ์ยูสระดับแลนด์มาร์กของประเทศ ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ขององค์กรเราให้ดูดีในสายตาลูกค้า และนักลงทุนได้ ด้วยความหรูหราของสถาปัตยกรรม การรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด และการบริหารจัดการอาคารอย่างมืออาชีพ สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนถึงความมั่นคง และมาตรฐานระดับสูงขององค์กรเรา
- การเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ
โครงการ Mixed-Use แทบทั้งหมดถูกออกแบบให้เชื่อมต่อโดยตรงกับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นทางเดิน Skywalk ที่ต่อตรงเข้าสู่สถานีรถไฟฟ้า BTS หรือการเชื่อมทางเดินใต้ดินกับ MRT ซึ่งนอกจากจะตอบโจทย์เรื่องความรวดเร็วในการเดินทางแล้ว ยังช่วยให้พนักงานหลีกเลี่ยงมลภาวะ และสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจได้อีกด้วย

โครงการออฟฟิศ Mixed-Use เด่นในกรุงเทพฯ ที่เปิดให้บริการแล้วมีที่ไหนบ้าง?
พื้นที่ในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่าน CBD ที่เรียกได้ว่าเป็นทำเลทองที่ใคร ๆ ก็ต้องการ มีโครงการออฟฟิศ Mixed-Use ที่รวมเอาอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า และอาคารสำนักงานเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ดังนี้

1. One Bangkok
วัน แบงค็อก อาคารระดับเมกะโปรเจกต์มิกซ์ยูสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการใช้ชีวิตในเมือง ด้วยการผสมผสานพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่เข้ากับอาคารนวัตกรรมล้ำสมัย โครงการนี้รวบรวมทั้งโรงแรมระดับหรู ที่พักอาศัยระดับลักซ์ชัวรี พื้นที่รีเทล และออฟฟิศ Mixed Use ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับบริษัทชั้นนำระดับโลก มุ่งเน้นการเป็นเมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืน และสมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศ
- Concept : โครงการออฟฟิศ Mixed-Use ภายใต้แนวคิด "The Heart of Bangkok"
- การเดินทาง : รถไฟฟ้า MRT สถานีลุมพินี
- ข้อมูลโครงการ : https://www.onebangkok.com/th/
- ราคาเช่าประมาณต่อตร.ม. : ประมาณ 1,400 - 1,500 บาทต่อตร.ม. ต่อเดือน
- เช่าออฟฟิศกับ JLL : https://property.jll.co.th/listings/one-bangkok-tower-4-1032-rama-4-road-lumphini

2. Samyan Mitrtown
สามย่าน มิตรทาวน์ อีกหนึ่งโปรเจกต์ที่ฉีกกฎเกณฑ์เดิมการผสานไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และกลุ่มนักศึกษาเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ตัวอาคารมีทั้งโซนรีเทลที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง พื้นที่เรียนรู้ โคเวิร์คกิ้งสเปซ และอาคารสำนักงานอัจฉริยะ ทำให้ที่นี่เป็นออฟฟิศ Mixed Use ที่เต็มไปด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์ บรรยากาศมีชีวิตชีวา และตอบโจทย์ธุรกิจที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง
- Concept : โครงการ Mixed-Use ภายใต้แนวคิด "Smart & Friendly" หรือคลังแห่งอาหารและการเรียนรู้
- การเดินทาง : รถไฟฟ้า MRT สถานีสามย่าน
- ข้อมูลโครงการ : www.samyan-mitrtown.com
- ราคาเช่าประมาณ ต่อตร.ม. : ประมาณ 1,300 บาท / ตร.ม. / เดือน
- เช่าออฟฟิศกับ JLL : https://property.jll.co.th/listings/mitrtown-office-tower-944-rama-4-road-wang-mai

3. Gaysorn Amarin
เกษร อัมรินทร์ มีการปรับโฉมครั้งใหญ่ให้กลายเป็นมิกซ์ยูสระดับ Ultra Luxury ที่ตัวอาคารสำนักงานถูกรีโนเวทใหม่ด้วยดีไซน์ร่วมสมัย โดยรวม 3 พื้นที่ใช้ชีวตเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้า พื้นที่อาคารสำนักงาน และพื้นที่ไลฟ์สไตล์ และอีเวนต์ เป็นการผสมผสานกลิ่นอายคลาสสิกเข้ากับฟังก์ชันออฟฟิศยุคใหม่
- Concept : โครงการ Mixed-Use ส่วนหนึ่งของ "Gaysorn Village" ภายใต้แนวคิด "Live, Work, Play, Grow"
- การเดินทาง : รถไฟฟ้า BTS สถานีชิดลม
- ข้อมูลโครงการ : https://www.gaysornvillage.com/en/
- ราคาเช่าประมาณ ต่อตร.ม. : ประมาณ 1,200 - 1,650 บาทต่อ ตร.ม. ต่อเดือน
- เช่าออฟฟิศกับ JLL : https://property.jll.co.th/listings/gaysorn-amarin-amarin-plaza-496-502-500-phloen-chit-road-lumphini

4. Central Park Offices
ดุสิต เซนทรัล ปาร์ค ถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหราระดับเวิลด์คลาสที่ตั้งตระหง่านอยู่ ณ หัวมุมถนนสีลม - พระราม 4 เป็นโครงการ Mixed Use ที่ออกแบบผสานธรรมชาติเข้ากับการใช้ชีวิตในเมืองผ่าน Roof Park หรือสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่ ภายในประกอบด้วยโรงแรมดุสิตธานีโฉมใหม่ ที่พักอาศัยสุดหรู ศูนย์การค้า และอาคารสำนักงานเกรดพรีเมียมที่มอบวิวมุมกว้างของสวนลุมพินี สร้างบรรยากาศการทำงานที่ผ่อนคลาย และสร้างแรงบันดาลใจได้อย่างดี
- Concept : โครงการระดับ Iconic ภายใต้แนวคิด "Here for Bangkok"
- การเดินทาง : รถไฟฟ้า BTS สถานีศาลาแดง และ MRT สถานีสีลม
- ข้อมูลโครงการ : https://dusitcentralpark.com/
- ราคาเช่าประมาณ ต่อตร.ม. : ประมาณ 1,400 - 1,600 บาทต่อตร.ม. ต่อเดือน
- เช่าออฟฟิศกับ JLL : https://property.jll.co.th/listings/central-park-offices-946-rama-4-road-si-lom

5. The Offices at CentralwOrld
Central World แม้จะเปิดให้บริการมานานแล้ว แต่เซ็นทรัลเวิลด์ออฟฟิศยังคงรักษามาตรฐานการเป็นโครงการมิกซ์ยูสชั้นนำระดับประเทศไว้ได้ด้วยจุดเด่นของการตั้งอยู่บนศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ทำให้ผู้เช่าได้รับความสะดวกสบายแบบจัดเต็ม ทั้งพื้นที่จัดประชุมขนาดใหญ่ โรงแรมระดับ 5 ดาว และโซนร้านอาหารนับร้อยร้าน เป็นทำเลศักยภาพที่ธุรกิจชั้นนำมากมายเลือกใช้เป็นสำนักงานใหญ่มาอย่างยาวนาน
- Concept : โครงการออฟฟิศ Mixed-Use ตั้งอยู่บนศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ตอบโจทย์การทำงานแบบครบวงจร และมีชีวิตชีวา
- การเดินทาง : รถไฟฟ้า BTS สถานีชิดลม หรือ สถานีสยาม
- ข้อมูลโครงการ : https://office.centralpattana.co.th/office/the-offices-at-centralworld/
- ราคาเช่าประมาณ ต่อตร.ม. : ประมาณ 1,600 บาท / ตร.ม. / เดือน
- เช่าออฟฟิศกับ JLL : https://property.jll.co.th/listings/central-tower-at-central-world-44-5-ratchadapisek-road-lumphini

6. Bhiraj Tower at EmQuartier
ย่าน EmDistrict คือพื้นที่ที่ออกแบบได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยการนำออฟฟิศเกรดเอมาผสานเข้ากับศูนย์การค้าระดับลักชัวรี โครงการนี้ถูกออกแบบเพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์การทำงานแบบ Work-Play Balance ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมพื้นที่สีเขียวอย่างสวนลอยฟ้าที่ช่วยเติมความสดชื่น เป็นทำเลที่ดึงดูดบุคลากรสายครีเอทีฟ และธุรกิจรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี
- Concept : ออกแบบภายใต้แนวคิด "Work-Play Balance"
- การเดินทาง : รถไฟฟ้า BTS สถานีพร้อมพงษ์
- ข้อมูลโครงการ : https://www.bhirajburi.co.th/workplace-bhiraj-tower-at-emquartier
- ราคาเช่าประมาณ ต่อตร.ม. : ประมาณ 1,350 บาทต่อตร.ม. ต่อเดือน
- เช่าออฟฟิศกับ JLL : https://property.jll.co.th/listings/emporium-tower-622-sukhumvit-road-khlong-tan

โครงการ Mixed-Use ที่กำลังจะเปิดในอนาคต น่าจับตามองมีที่ไหนบ้าง?
นอกจากโครงการ Mixed-Use ที่เราได้แนะนำไปแล้ว ในอนาคตยังมีโครงการ Mixed-Use ที่กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาอีกมากมาย จะมีโครงการไหนที่น่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลย
1. Bangkok Mall
Bangkok Mall เป็นอภิมหาโปรเจกต์มิกซ์ยูสระดับมาสเตอร์พีซของ The Mall Group ที่จะมาพลิกโฉมย่านบางนาให้กลายเป็นฮับแห่งใหม่ โครงการถูกออกแบบในสเกลระดับเมือง ภายในประกอบด้วยศูนย์การค้าขนาดใหญ่ สวนสนุกในร่ม ฮอลล์จัดแสดงคอนเสิร์ต โรงแรมหรู และอาคารสำนักงาน เป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ EEC ได้ง่าย ซึ่งจะดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก และสร้างความคึกคักให้กับโซนตะวันออก
- ลักษณะโครงการ: โครงการ Mixed-Use ขนาดใหญ่
- การเชื่อมต่อ: รถไฟฟ้า BTS สถานีอุดมสุข และ สถานีบางนา
- กำหนดเปิดบริการ: คาดว่าจะทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2569 - 2570 เป็นต้นไป
2. CenTRal cENtrAL
CenTRal cENtrAL (เซ็นทรัล เซ็นทรัล) คือโปรเจกต์ Mixed-Use ยักษ์ใหญ่ที่สานต่อความหรูหราของกลุ่มเซ็นทรัล บนทำเลทองคำฝั่งตรงข้าม Central Chidlom โครงการนี้มุ่งเน้นการผสมผสานศิลปะ สถาปัตยกรรม และการจัดสรรพื้นที่สีเขียวเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เตรียมพัฒนาเป็นศูนย์การค้าระดับSuper Premium โรงแรมหรู และพื้นที่สำนักงานเกรดเอ ที่จะมาตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับไฮเอนด์ของย่านเพลินจิต-ชิดลมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
- ลักษณะโครงการ: โครงการ Mixed-Use ระดับ Super Premium
- การเชื่อมต่อ: รถไฟฟ้า BTS สถานีชิดลม และ สถานีเพลินจิต
- กำหนดเปิดบริการ: คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2571 - 2572
3. AIA Connect
AIA Connect พื้นที่พัฒนาต่อยอดความสำเร็จจากเอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ โดยออกแบบให้เป็นอาคารมิกซ์ยูสที่มีความโดดเด่นด้านการประหยัดพลังงานและการรักษาสิ่งแวดล้อม เน้นการใช้พื้นที่แบบไร้เสาที่ให้ความยืดหยุ่นในการจัดออฟฟิศสูง ผสมผสานกับพื้นที่พาณิชยกรรม และพื้นที่สีเขียวที่แทรกอยู่ตามชั้นต่าง ๆ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำงานของคนยุคใหม่ที่ต้องการพื้นที่พักผ่อนระหว่างวัน
- ลักษณะโครงการ : โครงการ Mixed-Use เกรดเอ
- การเชื่อมต่อ: รถไฟฟ้า MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
- กำหนดเปิดบริการ : คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569
4. Boonmitr
บุญมิตร สีลม เป็นการนำที่ดินเก่าแก่ระดับตำนานมาปัดฝุ่นสร้างใหม่ให้กลายเป็นมิกซ์ยูสสุดทันสมัยใจกลางถนนสีลม ภายในโครงการนอกจากจะมีพื้นที่สำนักงานที่ได้มาตรฐานสากลแล้ว ยังมีโซนร้านค้ารีเทล ร้านอาหาร และโรงแรมที่พัก เพื่อเสิร์ฟความสะดวกสบายแบบครบวงจรให้แก่ชาวสีลม เป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะเพิ่มความคึกคักให้กับย่าน CBD
- ลักษณะโครงการ: โครงการ Mixed-Use ใจกลาง CBD
- การเชื่อมต่อ: รถไฟฟ้า BTS สถานีช่องนนทรี และ สถานีศาลาแดง และรถไฟฟ้า MRT สถานีสีลม
- กำหนดเปิดบริการ : คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2570
5. Summit Tower
ซัมมิท ทาวเวอร์ หรือ JRK Tower คือโปรเจกต์มิกซ์ยูสขนาดใหญ่ที่สุดในย่านราชเทวี ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ ตัวอาคารมีความสูงถึง 52 ชั้น มาพร้อมกับพื้นที่จัดเลี้ยง ห้องประชุมดาดฟ้า โรงแรมหรู และพื้นที่สำนักงานเกรดเอ โครงการนี้ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนโดยตั้งเป้าหมายรับรองมาตรฐาน LEED และ WELL Gold สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพนักงาน และดึงดูดองค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
- ลักษณะโครงการ: โครงการ Mixed-Use เกรดเอสูง 52 ชั้น
- การเชื่อมต่อ: รถไฟฟ้า BTS สถานีราชเทวี
- กำหนดเปิดบริการ: คาดว่าจะแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการในปี 2570
6. The Forestias
The Forestias เป็นโครงการมิกซ์ยูสที่ออกแบบภายใต้แนวคิด "เมืองในป่า ป่าในเมือง" ด้วยการนำผืนป่าธรรมชาติขนาดใหญ่มาไว้ใจกลางโครงการ กว่าครึ่งหนึ่งของพื้นที่ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่สีเขียวเพื่อสร้างระบบนิเวศที่สมดุล ภายในประกอบด้วยที่อยู่อาศัยหลากหลายรูปแบบ ศูนย์การเรียนรู้ โรงพยาบาล และพื้นที่ออฟฟิศที่ทำให้พนักงานได้สัมผัสธรรมชาติทุกวัน เป็นการออกแบบที่มุ่งเน้นความเป็นอยู่ที่ดี และใส่ใจสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป
- ลักษณะโครงการ: โครงการ Mixed-Use ภายใต้แนวคิด "เมืองในป่า"
- การเชื่อมต่อ: รถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง สถานีศรีเอี่ยม
- กำหนดเปิดบริการ: เปิดให้บริการแล้วบางส่วน และคาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2569
7. Cloud11
Cloud 11 คือศูนย์รวมนวัตกรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์แห่งใหม่ที่ฉีกกฎการออกแบบมิกซ์ยูสแบบเดิม ๆ ด้วยการจัดสรรพื้นที่ให้มีความลื่นไหลเหมือนเดินอยู่ในเมือง ภายในเต็มไปด้วยสตูดิโอล้ำสมัยสำหรับครีเอเตอร์ พื้นที่ทำงานออฟฟิศเกรดเอ+ ศูนย์การค้าคอนเซ็ปต์ใหม่ และพื้นที่จัดแสดงดนตรี และศิลปะ เป็นคอมมูนิตี้ที่จะมาปลุกพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ และเชื่อมโยงเครือข่ายคนในวงการเทคโนโลยี และศิลปะเข้าไว้ด้วยกัน
- ลักษณะโครงการ: โครงการ Mixed-Use ศูนย์รวมนวัตกรรม และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creators Hub)
- การเชื่อมต่อ: รถไฟฟ้า BTS สถานีอุดมสุข
- กำหนดเปิดบริการ: เปิดให้บริการเฉพาะสวนลอยฟ้า และ Cloud 11 Hall ส่วนพื้นที่อื่น ๆ คาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงกลางปี 2569
ตารางเปรียบเทียบโครงการ Mixed-Use เด่นในกรุงเทพ
| โครงการ | ราคาเช่าประมาณ(บาท/ตร.ม./เดือน) | สิ่งอำนวยความสะดวกเด่น | การเดินทาง |
| One Bangkok | 1,400 - 1,800 | พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ อาคารนวัตกรรมล้ำสมัย โรงแรมหรู ที่พักอาศัยลักซ์ชัวรี พื้นที่รีเทล และออฟฟิศระดับโลก | รถไฟฟ้า MRT สถานีลุมพินี |
| Samyan Mitrtown | 1,300 | โซนรีเทลเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง Co-working Space, พื้นที่เรียนรู้ (Learning Space) และอาคารสำนักงานอัจฉริยะ | รถไฟฟ้า MRT สถานีสามย่าน |
| Gaysorn Amarin | 1,200 - 1,650 | ศูนย์การค้าระดับหรู พื้นที่ไลฟ์สไตล์และอีเวนต์ ร้านอาหาร Fine Dining ระดับพรีเมียม (ดีไซน์ร่วมสมัยผสมคลาสสิก) | รถไฟฟ้า BTS สถานีชิดลม |
| Dusit Central Park | 1,400 - 1,600 | Roof Park (สวนลอยฟ้าขนาดใหญ่) โรงแรมดุสิตธานีโฉมใหม่ ที่พักอาศัยสุดหรู รีเทล และออฟฟิศเกรดพรีเมียมวิวสวนลุมพินี | รถไฟฟ้า BTS สถานีศาลาแดง และ MRT สถานีสีลม |
| The offices at CentralwOrld | 1,300 | ตั้งอยู่บนห้างใหญ่ พื้นที่จัดประชุมขนาดใหญ่ โรงแรมระดับ 5 ดาว และโซนร้านอาหารชั้นนำนับร้อยร้าน | รถไฟฟ้า BTS สถานีชิดลม หรือ สถานีสยาม |
| Bhiraj Tower at EmQuatier | 1,350 | ศูนย์การค้าระดับลักชัวรี สวนลอยฟ้าเติมความสดชื่น สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะกับสายครีเอทีฟ | รถไฟฟ้า BTS สถานีพร้อมพงษ์ |
ข้อดีของการเช่าออฟฟิศ Mixed-Use มีอะไรบ้าง?
การเลือกเช่าออฟฟิศ Mixed-Use นั้นมาพร้อมข้อดีมากมาย ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน และใช้ชีวิตที่ลงตัว
1. สะดวกครบจบในที่เดียว
การเลือกตั้งสำนักงานในอาคารมิกซ์ยูสช่วยตัดปัญหาความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน เพราะพนักงานสามารถแวะซื้อกาแฟ รับประทานอาหารกลางวัน ทำธุรกรรมการเงินที่ธนาคาร หรือแม้แต่ออกกำลังกายหลังเลิกงานได้โดยไม่ต้องก้าวเท้าออกจากบริเวณโครงการ ความสะดวกสบายนี้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และลดความเหนื่อยล้าได้อย่างดี
2. ภาพลักษณ์องค์กรพรีเมียมทันที
การเลือกที่ตั้งออฟฟิศในโครงการมิกซ์ยูสระดับแนวหน้า ภาพลักษณ์ของบริษัทจะถูกยกระดับขึ้นแบบก้าวกระโดด ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า ช่วยให้การเจรจาธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น และยังเป็นจุดแข็งสำคัญในการดึงดูดคนเก่ง ๆ ให้อยากมาร่วมงานกับเรา
3. รองรับการประชุม และรับรองลูกค้า
โครงการมิกซ์ยูสเหล่านี้มักมีพื้นที่โรงแรมหรือศูนย์จัดประชุมขนาดใหญ่รวมอยู่ด้วย หากเราต้องการจัดอีเวนต์ สัมมนาบริษัท หรืองานเลี้ยงรับรองลูกค้าสำคัญ เราก็สามารถใช้บริการพื้นที่ภายในอาคารได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปที่อื่น ทำให้การจัดการงานต่าง ๆ เป็นมืออาชีพ และสะดวกสบายอย่างมาก
4. มาตรฐานสีเขียว และความยั่งยืน
ออฟฟิศ Mixed Use คือ ตัวแทนของอาคารรักษ์โลก เพราะโครงการส่วนใหญ่มักได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เช่น LEED หรือ WELL ซึ่งรับประกันว่าอาคารมีการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบฟอกอากาศที่ดี และมีพื้นที่สีเขียวให้พักผ่อน ซึ่งตอบโจทย์นโยบาย ESG ของหลายองค์กรที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน
5. เครือข่ายธุรกิจในตัวอาคาร
การอยู่ในพื้นที่เดียวกับองค์กรชั้นนำมากมาย เปิดโอกาสให้เราได้สร้างคอนเน็กชันทางธุรกิจได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพบปะกันในร้านกาแฟ หรือการใช้พื้นที่ Co-working space ร่วมกัน การได้อยู่ในคอมมูนิตี้ที่มีคุณภาพอาจนำมาซึ่งโอกาสในการจับคู่ธุรกิจ และต่อยอดความสำเร็จในอนาคต
ข้อจำกัด และสิ่งที่ต้องพิจารณาออฟฟิศ Mixed-Use มีอะไรบ้าง?
แม้โครงการมิกซ์ยูสจะมีข้อดีมากมาย แต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางประการที่ธุรกิจต้องนำมาพิจารณาก่อนเลือกที่ตั้งออฟฟิศ
1. ค่าเช่าสูงกว่าออฟฟิศ Stand-alone
ด้วยความเพียบพร้อมทั้งด้านทำเล และสิ่งอำนวยความสะดวก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าค่าเช่าพื้นที่ในโครงการมิกซ์ยูสนั้นจะสูงกว่าอาคารสำนักงานแบบเดี่ยว นอกจากนี้องค์กรจึงต้องคำนวณความคุ้มค่าอย่างละเอียด ว่าภาพลักษณ์ และความสะดวกสบายที่ได้รับนั้นสอดคล้องกับงบประมาณ และทิศทางการเติบโตของบริษัทหรือไม่
2. การจราจรใน และรอบโครงการ
โครงการมิกส์ ยูสส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้รถไฟฟ้า แต่สำหรับผู้ที่ต้องขับรถยนต์ส่วนตัว การจราจรโดยรอบ และภายในโครงการมิกซ์ยูสมักจะหนาแน่นกว่าปกติ โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน หรือวันที่มีการจัดงานอีเวนต์ใหญ่ในศูนย์การค้า การวนหาที่จอดรถ และการบริหารจัดการเวลาในการเข้าออกอาคารจึงเป็นสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณา
3. ความเป็นส่วนตัวลดลง
เนื่องจากพื้นที่ถูกแชร์ร่วมกับศูนย์การค้า และโรงแรม ทำให้มีผู้คนพลุกพล่านหมุนเวียนเข้ามาตลอดวัน แม้โซนสำนักงานจะมีการรักษาความปลอดภัยที่แยกส่วนชัดเจน แต่บรรยากาศโดยรอบก็อาจทำให้รู้สึกว่าความเป็นส่วนตัวลดลง อาจจะต้องชั่งน้ำหนักในจุดนี้ให้ดี
4. ตัวเลือกขนาดพื้นที่จำกัด
ความต้องการออฟฟิศในพื้นที่โครงการมิกซ์ยูสเป็นที่ต้องการสูง ทำให้พื้นที่เช่าในอาคารมิกซ์ยูสระดับท็อปมักจะถูกจับจองไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ขนาดพื้นที่ที่เหลือให้เช่าอาจมีจำกัด หรือไม่ตรงกับขนาดสัดส่วนที่เราต้องการ การมองหาพื้นที่ที่เหมาะสมจึงต้องอาศัยการวางแผนล่วงหน้า และการเจรจากับเจ้าของอาคารตั้งแต่เนิ่น ๆ
ออฟฟิศ Mixed-Use เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?
- องค์กรข้ามชาติและบริษัทมหาชน ที่ต้องการเสริมสร้างภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือระดับสากล และดูแลคุณภาพชีวิตบุคลากรด้วยมาตรฐานสูงสุด
- ธุรกิจสาย Tech และ Startup ที่ต้องการพื้นที่ทำงานแบบยืดหยุ่น หลงใหลในเทคโนโลยีอัจฉริยะ และต้องการคอมมูนิตี้เพื่อต่อยอดนวัตกรรม
- เอเจนซี่โฆษณา และสายครีเอทีฟ ที่ต้องการสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสีสัน มีพื้นที่ให้พักผ่อนหาแรงบันดาลใจ เพื่อดึงศักยภาพของทีมงาน
- บริษัทที่ต้องการดึงดูดพนักงานที่มีศักยภาพ ที่ใช้สวัสดิการด้านสถานที่ทำงาน ทำเลใจกลางเมือง และไลฟ์สไตล์มาเป็นจุดขายในการรับสมัครคนเก่ง
- สถาบันการเงิน และบริษัทที่ปรึกษา ที่ต้องนัดหมายประชุมลูกค้าเป็นประจำ การมีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับการจัดเลี้ยง และโรงแรมในตัวคือข้อได้เปรียบ
JLL ตัวช่วยหาออฟฟิศ Mixed-Use ที่ใช่
การหาพื้นที่เช่าอาคารสำนักงานในทำเลคุณภาพไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การมีที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญจะช่วยให้เราได้อาคารสำนักงานที่ตรงกับความต้องการ ในทำเลที่ตอบโจทย์ที่สุด
1. พาร์ทเนอร์โดยตรงกับโครงการ Mixed-Use ระดับท็อป
JLL ประเทศไทย เป็นพาร์ทเนอร์โดยตรงกับโครงการ Mixed-Use ระดับท็อปหลายแห่ง ทำให้เรามีฐานข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพื้นที่ว่าง และโครงการที่กำลังจะเปิดตัว เราสามารถเจรจาขอข้อเสนอ หรือช่วยหาพื้นที่ในย่านที่มีความต้องการสูงให้กับเราได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
2. ทีมที่ปรึกษามืออาชีพ เข้าใจสไตล์ธุรกิจ
JLL มีทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมรับฟัง และวิเคราะห์ลักษณะองค์กรของเราอย่างละเอียด ไม่ว่าเราจะเน้นพื้นที่แบบเปิดโล่ง หรือต้องการความส่วนตัวสูง เราจะช่วยคัดกรองโครงการมิกซ์ยูสที่เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร และสอดคล้องกับกลยุทธ์การเติบโตทางธุรกิจของเราได้อย่างตรงจุด
3. บริการครบวงจรตั้งแต่หาทำเลถึงตกแต่ง
เราไม่เพียงแต่ช่วยค้นหาทำเลที่ใช่ แต่ยังมีบริการแบบ One-Stop Service ที่ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบภายใน การควบคุมงบประมาณ ไปจนถึงการบริหารจัดการการย้ายสำนักงาน เพื่อให้กระบวนการทั้งหมดราบรื่น และเราสามารถโฟกัสกับการทำธุรกิจได้อย่างเต็มที่
4. ลดความเสี่ยงสัญญาเช่าที่ซับซ้อน
การเช่าพื้นที่ในโครงการขนาดใหญ่ มักมีเงื่อนไขสัญญาที่ซับซ้อน และมีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ทีมที่ปรึกษาทางกฎหมาย และการพาณิชย์ของ JLL จะเข้ามาช่วยตรวจสอบรายละเอียด เจรจาต่อรองเงื่อนไข และปกป้องผลประโยชน์สูงสุดของเรา เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
5. มี Flex Space ใน Mixed-Use ระดับท็อป
สำหรับองค์กรที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง หรือกำลังอยู่ในช่วงทดลองตลาด JLL สามารถจัดหาพื้นที่เช่าแบบยืดหยุ่น ที่ไม่มีสัญญาผูกมัดระยะยาว ภายในอาคารมิกซ์ยูสระดับพรีเมียมให้ได้ ทำให้เราได้ใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันโดยไม่ต้องลงทุนผูกพันระยะยาว
โครงการมิกซ์ยูสไม่ได้เป็นเพียงแค่เทรนด์อสังหาริมทรัพย์ชั่วคราว แต่เป็นอนาคตของการใช้พื้นที่ในเมืองที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถตอบโจทย์ทั้งความก้าวหน้าทางธุรกิจ และคุณภาพชีวิตของพนักงานพร้อม ๆ กัน การตัดสินใจย้าย หรือเลือกตั้งสำนักงานในอาคารประเภทนี้ คือ การลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์องค์กร รวมถึงการสร้างความได้เปรียบในการดึงดูด และรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพให้อยู่กับเราไปยาวนาน
หากเรากำลังต้องการสำรวจตัวเลือกออฟฟิศ Mixed-Use ในกรุงเทพฯ แล้วเลือกแมทช์ให้เข้ากับความต้องการของคุณ JLL ประเทศไทย พร้อมเป็นที่ปรึกษาในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจเข้าสู่อาคารสำนักงานแห่งอนาคต ด้วยความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการแบบครบวงจร JLL ประเทศไทย หาพื้นที่ทำงานที่เหมาะสมของคุณจากหลากหลายตัวเลือก และขนาด ติดต่อเราเพื่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่านเว็บไซต์ JLL ประเทศไทย หรือโทร.02 624 6471
Reference:



